คลิปแมสด็อทคอม
  
    
Upload



10อันดับคนดังในประวัติศาสตร์ที่ตายประหลาดที่สุด

 

อันดับที่ 10

 

ฟรานซิส เบคอน (Francis Bacon) 22 มกราคม 1561-9 เมษายน 1626

เขาเป็นรัฐบุรุษ,นักปราชญ์, นักแต่งร้อยแก้วชาวอังกฤษ อีกทั้งเป็น นักคิดแบบวิทยาศาสตร์ที่พยายามค้นหาความลับของจักรวาล แต่ไม่ทันได้คำตอบเขากลับต้องมาตายเสียก่อน ที่จริงตอนที่เกิดเหตุเขาก็อายุมากแล้วนะค่ะ อายุตั้ง 65 ปีแล้ว คือ เมื่อ ปี 1626 วันนั้นเขานั่งรถม้าไปถนนไฮเกทซึ่งเป็นวันที่หิมะตกหนัก ความหนาวและความเงียบเหงาทำให้เขาเกิดสังเกตล้อรถเมื่อบดหิมะกระจาย เผยให้เห็นต้นหญ้าเขียวขจีข้างใต้ และเกิดความสงสัยว่าทำไมต้นหญ้าโดนหิมะปกคลุมตลอดหน้าหนาวแล้วทำไมยังเขียว และสดอยู่ได้ เบคอนจึงสันนิษฐานว่าความเย็นคงเป็นตัวการรักษาความสดนั้นไว้ เบคอนสั่งหยุดรถที่จัตุรัสพอนด์ เขาให้คนขับซื้อไก่จากชาวบ้านแถวนั้นตัวหนึ่ง จัดการเชือดไก่ถอนขนเอาเครื่องในออกหมด จากนั้นท่ามกลางความประหลาดใจของคนมุงดูเบคอนก้นลงเอาหิมะยัดใส่ในท้องไก่ พอเสร็จงานก็เอาไก่ใส่กระสอบและกวาดหิมะใส่กระสอบอีกจนเต็ม ในขณะที่เขาจัดการไก่อยู่นั้น ทันใดนั้นเองเบคอนก็เกิดอาการสั่งสะท้าน เขาล้มลงบนพื้นหิมะ เขาถูกส่งตัวไปรักษาและเสียชีวิตในสองวันต่อมา สรุปคือผลการทดลองล้มเหลว แถมคนต้นคิดก็มาตายอีก ...เออ... มีเรื่องเล่านิดๆ หน่อยๆ หลังจากที่เบคอนตาย มีการพบวิญญาณไก่ที่เบคอนฆ่าที่ออกมาในรูปไก่ถอนขนในสวนจัตุรัส แห่งนั้น ปรากฏอยู่ในแสงจันทร์ และมันยังคงสิง ณ ที่แห่งนั้นเป็นเวลานานจนถึงปัจจุบัน

 

 

 

อันดับที่ 9

 

ฮอเรซ เวลส์ (Horace Wells) 21 มกราคม 1815 – 24 มกราคม 1848

ทันตแพทย์แห่งอเมริกา เกิดที่รัฐเวอร์มอนท์ เขาเป็นผู้บุกเบิกเรื่องยาชา-ยาสลบ(Anesthesia)เพื่อได้นำมาใช้ ในการถอนฟัน โดยไม่เจ็บ เลยทีเดียวค่ะ เดิมเค้าเป็นหมอฟัน และหันมาสนใจเรื่องยาชาอะไรพวกนี้ สมัยนั้นก็คือแก๊ซหัวเราะนั่นเอง เค้าก็หมกมุ่นอยู่กับการทดลอง จนผลที่ได้มีแต่ล้มเหลว อย่างไรก็ตามก็ทำให้เรารู้จักคำว่า คลอโรฟอร์ม(Chloroform addiction) ซึ่งเป็นยาชาชนิดหนึ่ง ซึ่งเขาได้ไปเห็นนักเคมีชื่อ Colton บริการให้ลูกค้าเสพ Nitrous Oxide หรือก๊าซหัวเราะ(เก็บเงินคนละ ยี่สิบห้าเซ็นต์) แต่แทนที่คนเสพจะเคลิ้ม จะขำ กลับอาละวาด ขาไปเตะโต๊ะเป็นแผลใหญ่โต แต่ไม่เจ็บ เพราะในขณะที่ก๊าซกำลังออกฤทธิ์ ฮอเรซ เวลส์ เห็นเหตุการณ์นี้ โอ้...ปิ๊งไอเดียเขา เริ่มใช้ก๊าซ Nitrous Oxide เพื่อระงับความเจ็บปวดในการถอนฟัน ประกาศโฆษณาการถอนฟันโดยไม่เจ็บปวด และนำไปแสดงต่อมหาวิทยาลัย Harvard และ โรงพยาบาล Massachusetts แต่ก็เกิดเรื่องผิดพลาดจนได้ เมื่อฮอเรซ เวลส์ ไม่สามารถควบคุมปริมาณก๊าซ Nitrous Oxide ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ป่วยตื่นขึ้นระหว่างถอนฟัน ร้องโหวกเหวก ฮอเรซ เวลส์ อับอายขายหน้าต่อธารกำนัล อย่างมาก จนเป็นคนล้มเหลวในชีวิต ต่อมาในปี 1848 ฮอเรซ เวลส์ กำลังทดลองเรื่องคลอโรฟอร์ม (Chloroform addiction) เขาทดลองกับตัวเอง จนเป็นคนติดคลอโรฟอร์ม เขาโมโหร้ายสาดกรดใส่หน้าหญิงโสเภณี สาวสองคน ศาลตัดสินว่าป่วยทางจิต เองก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ก็เลยตัดสินใจฆ่าตัวตาย โดยการเสพคลอโรฟอร์ม และที่แย่กว่านั้น คือ ผู้ป่วยคนที่ร้องโหวกเหวกในตอนที่เขาสาธิตนั้น สารภาพว่าที่จริงเขาแล้วมิได้เจ็บปวด แต่ตกใจที่ตื่นมาระหว่างการถอนฟัน และจำความเจ็บปวดของครั้งก่อน ๆ มามากกว่า

 

 

 

อันดับที่ 8

 

ทิโค บราห์ (Tycho Brahe) 14 ธันวาคม ค.ศ. 1546 – วันที่ 24 ตุลาคม 1601

เป็นนักดาราศาสตร์เดนมาร์ก ที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งในสมัยก่อน ตลอดช่วงชีวิตของทิโค เขาได้ประดิษฐ์คิดค้นเครื่องมือวัดทางดาราศาสตร์ขึ้นมากมาย เครื่องมือเหล่านั้นมีความแม่นยำในการวัดสูงมาก ถึงแม้ว่าเครื่องมือวัดเหล่านั้นจะมีขนาดใหญ่มากก็ตาม และเขาเป็นเจ้าของทฤษฏีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกฎการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ในสุริยจักรวาล , แรงดึงดูดของโลกอีกด้วย ทิโค บราห์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 1601 ก่อนหน้านั้นนั้นเขามีปัญหาเรื่องกระเพาะปัสสาวะที่ต้องเข้าห้องน้ำบ่อย ๆ วันหนึ่งในงานเลี้ยง เขาเกิดปวดฉี่ในระหว่างรับประทานอาหารขึ้นมา ด้วยความที่เขามีมารยาทและเกรงใจบรรดาแขกในงาน เขาเลยกลั้นฉี่และทนนั่งต่อไป จนเป็นเหตุทำให้เขาเกิดอาการฉี่ไม่ออก เขาทรมานถึง 11 วัน ก่อนที่กระเพาะปัสสาวะจะแตกและตาย แต่กระนั้นการตายของเขาก็ยังคงสัปสนถึงปัจจุบัน เพราะว่ามีหลายทฤษฏีที่มีข้อสันนิษฐานเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นเพราะ พิษปรอท หรืออาการ Hyponatremia หรือโรคเส้นโลหิตกันแน่ ??

 

 

 

อันดับที่ 7

 

อัตติลา หรือ อัตติลาเดอะฮั่น ( Attila the Hun) ค.ศ. 406 – ค.ศ. 453

เป็นจักรพรรดิแห่งชนฮั่นผู้ ครองจักรวรรดิฮั่นระหว่าง ค.ศ. 434 ที่เป็นจักรวรรดิสร้างความหวาดหวั่นมากที่สุดให้แก่ทั้งจักรวรรดิโรมันตะวันออก และจักรวรรดิโรมันตะวันตก พระองค์ทรงรุกรานประเทศต่างๆ ด้วยวิธีการโหดร้ายจนเป็นที่สะพรึงไปทั่วยุโรป การตายของอัตติลานั้น ค่อนข้างสับสน คือเมื่อ ค.ศ. 453 ในการเลี้ยงเพื่อเฉลิมฉลองการแต่งงานครั้งล่าสุดของเขากับสตรีสาวสวยอิลดิโค เขาดื่มน้ำจัณฑ์(เหล้า) เป็นจำนานมาก พอมาถึงห้องหออัตติลามีอาการตกเลือดกำเดาออกทางจมูกเป็นอย่างมาก และสำลักจนสิ้นพระชนม์ (นอนจมกองเลือดตาย) มีทฤษฎีหนึ่งที่จะสันนิษฐานการตายของเขา บ้างก็ว่าพระองค์ทรงประชวรด้วยเลือดออกภายใน ด้วยอาการที่เรียกว่า หลอดเลือดขอดในหลอดอาหาร (esophageal varices) เมื่อหลอดเลือดขยายตัวในบริเวณตอนล่างของหลอดอาหารแตกที่ทำให้เสียชีวิตจาก การเสียเลือด ส่วนอีกทฤษฎีหนึ่งที่บันทึก ราว 80 ปีหลังจากการเสด็จสวรรคต โดยนักบันทึกประวัติศาสตร์โรมันกล่าวว่า “อัตติลากษัตริย์ของชนฮั่นและผู้ทำลายเมืองต่างๆ ในยุโรป ทรงถูกแทงโดยมีดของพระมเหสี

 

 

 

อันดับที่ 6

 

คลาวดิอุส (Claudius) 1 สิงหา 10 BC - วันที่ 13 ตุลาคม ค.ศ. 54

จักรพรรดิแห่งโรมันซึ่งเป็นพระญาติของเนโร เขาหวาดกลัวเรื่องการวางยาพิษมาก โดยเฉพาะยาพิษที่มากับอาหาร ดังนั้นคลอดิอุส มักมีนักชิมส่วนตัวอยู่ข้างตัวตลอดเวลา คอยทำหน้าที่กินอาหารและดื่มเครื่องดื่มทุกอย่างทีละนิดทีละน้อยเพื่อมั่นใจ ว่าไม่มียาพิษในอาหาร ซึ่งก่อนชิมอาหารทุกมื้อ เขาจึงคอยดูคนรับใช้ของเขาชิมอาหารเขาอย่างตั้งอกตั้งใจ จากนั้นก็รอไป ... หนึ่งชั่วโมงเต็ม เพื่อมั่นใจว่าไม่มีพิษในอาหารของเขาจริง ๆ แต่กระนั้นก็ไม่ได้ทำให้ แม่ของเนโรที่ชื่ออกริบปิน่าต้องกังวล หล่อนต้องการให้เนโรเป็นจักรพรรดิ หล่อนจึงวางแผนลอบสังหารคลาวดิอุส โดยหล่อนวางแผน ซื้อตัวคนรับใช้ชิมอาหารของคอลอดิอุสเอาไว้ และวันที่ 13 ตุลาคม ค.ศ. 54 เป็นวันวางแผนฆ่าคลาวดิอุส อย่างแยบยล ครั้งแรกพวกเขานำเห็ดฉ่ำ ๆ นุ่ม ๆ ซึ่งเป็นอาหารจานโปรดของคลาวดิอุสมาเสริฟ์ โดยวางยาพิษชนิดอ่อนๆ ไม่ถึงกับตายลงในเห็ด ซึ่งก่อนหน้านั้นอกริบปิน่าได้ติดสินบนคนรับใช้ชิมอาหารให้เล่น ละครแห่งความ ตาย โดยวางแผนว่า หลังจากที่ฮาโลตัสกินเห็ดนี้แรกๆ ต้องทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และเมื่อพระองค์เสวยอย่างเอร็ดอร่อยจนเกือบหมด ก็ให้คนรับใช้ชิมอาหารดิ้นทุรนทุราย เสมือนกับว่าเหมือนโดนยาพิษ เข้าไป ซึ่งมันจะทำให้คลาวดิอุสเชื่อว่าตนเองกินยาพิษแบบคนรับใช้ชิมอา หารเข้าไป ด้วย ด้วยความกลัวเรื่องยาพิษขึ้นสมอง ไม่นานนักพระองค์ก็รู้สึกตัวว่าอาการไม่ดี และดิ้นรนทุรายทั้งๆ ที่พิษที่พระองค์โดนเป็นพิษอ่อนๆ ไม่ถึงตาย พระนางเห็นพระสาวมีเป็นเช่นนี้ จึงเรียกแพทย์ซีโนเฟน มาช่วยดูอาการ และแพทย์คนนี้ก็เป็นหนึ่งในส่วนเกี่ยวข้องกับแผนการนี้ด้วย ซีโนโฟนทำเป็นช่วยล้างกระเพาะให้พระองค์ แต่จริงๆ แล้วกลับเอา ขนนกอาบยาพิษร้ายแรงกวาดพระศอ ส่งผลให้พระจักรพรรดิชักดิ้นชักงอสิ้นพระชนม์อย่างทุรนทุรายในทันที และเมื่อจักรพรรดิคลาวดิอุส ถูกลอบฆ่า จนเสียชีวิต เนโรจึงได้ขึ้นเป็นจักรพรรดิปกครองจักรวรรดิโรมันในเวลาต่อมา (อย่าง นี้ต้องเรียกว่า อุปทาน)

 

 

 

อันดับที่ 5

 

กริกอรี เยฟิโมวิช รัสปูติน(Grigori Yefimovich Rasputin)10 มกราคม ค.ศ. 186916 ธันวาคม ค.ศ. 1916

ค.ศ. 1916 เจ้าชายเฟลิกซ์ ยูสชูปอฟ (Felix Yussupov) เห็นว่าเก็บรัสปูตินไว้จะเป็นภัยต่อชาติ จึงร่วมมือกับแกรด์ดยุคดมิทรี พัฟโลวิช (Grand Duke Dmitri Pavlovich) ลวงสังหารรัสปูติน โดยจะเชิญรัสปูตินไป โดยอ้างว่าเป็นงานเลี้ยงเล็กๆ ในวังเจ้าชาย และจะวางยาพิษไซยาไนด์ในเครื่องดื่มและเค้กของรัสปูติน

เมื่อรัสปูตินทานเค้กจนหมด ก็ดูไม่เป็นอะไร เหมือนไม่ได้ถูกยาพิษใดๆ เจ้าชายเฟลิกซ์จึงยิงปืนใส่รัสปูตินหลายนัด รัสปูตินก็ยังไม่เสียชีวิต เดินออกมาข้างนอกวัง กลุ่มข้าราชบริพารของเจ้าชายเฟลิกซ์ที่เจ้าชายเตรียมไว้ ก็ระดมยิงปืนใส่ ก็ยังไม่เสียชีวิต ผลสุดท้าย ข้าราชบริพารจึงยิงปืนใส่ตารัสปูตินจนตกลงไปในน้ำ เสียชีวิตในวันที่ 16 ธันวาคม ค.ศ. 1916 รวมอายุ 47 ปี(เรียกว่าอึดจะดีกว่ามั้ง)

3 วันต่อมา ศพของรัสปูตินถูกพบ และถูกส่งไปชันสูตร ผลการชันสูตร พบสารไซยาไนด์และกระสุนปืนจำนวนมากในร่างของรัสปูติน แต่ร่างกายของรัสปูตินเสียชีวิตเพราะการจมน้ำ ส่วนไซยาไนด์และกระสุนปืนนั้นไม่ใช่สาเหตุของการเสียชีวิต

 

 

 

อันดับที่ 4

 

สมเด็จพระราชาธิบดีอดอล์ฟ เฟรดเดอร์ริค(King Adolf Frederick of Sweden) 14 พฤษภาคม 1710 – 12 กุมภาพันธ์ 1771

ทรงเป็นกษัตริย์ปกครองสวีเดนตั้งแต่ 1751-1771 มีอำนาจทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นที่สภาสูง ความจริงในเว็บเขียนว่าเขา กินพุดดิ้งเกินขนาดนั้นแต่นั้นก็ไม่ทั้งหมด เพราะพระเจ้าเฟรดเดอร์ริคนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นคนกินจุและหัวแข็ง มาก ใครเตือนอะไรก็ไม่ฟัง ซึ่ง 12 กุมภาพันธ์ 1771 ในพระยาหารมื้อกลางวัน พระเจ้าเฟรดเดอร์ริคในตอนนั้นมีอายุมากแล้วได้เสวยอาหารหรูต่าง ๆนาๆ ไม่ว่าจะเป็นกุ้งก้ามกลาม , ไข่ปลาคาเวียร์ , กะหล่ำปลีดอง (ของเยอรมัน) , , เนื้อปลารมควัน ตามด้วยเหล้าเชมเปญ ต่อด้วยของหวานผลไม้และ ขนมหวานจานโปรดของเขาคือพุดดิ้งกับขนมปั งนุ่มๆ กับนมร้อนหนึ่งชาม ซึ่งพระองค์เสวยของหวานชุดนั้นถึง 14 ชุด และนั่นเป็นสาเหตุ ให้พระองค์สิ้นพระชนม์ เพราะปัญหาในระบบทางเดินอาหารในวันนั้นเอง

 

 

 

อันดับที่ 3

 

อิเซโดล่า ดันแคน (Isadora Duncan) (27 พฤษภาคม 1877 – 14 กันยายน 1927)

รู้จักกันเป็นหนึ่งในผู้ก่อ ตั้งของการเต้นรำสมัยใหม่ ที่พัฒนามาจากฟรีแดนซ์ เธอเกิดในซานฟรานซิสโก แคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ในครอบครัวที่หย่าร้างและเธอก็ต่อสู้ชีวิตเรื่อยมาจนกระทั้งมีชื่อเสียงในที่สุด การตายของเธอค่อนข้างจะแปลกนิดๆ หน่อย คือเธอเสียชีวิตเพราะถูกรัดคอและคอหักตาย เนื่องจากผ้าพันคอที่ยาวเฟื้อยของเธอเกิดไป เกี่ยวกับล้อรถบนถนน ในขณะที่เธอ กำลังเดินทางในเมืองนิวยอร์ก คนที่เห็นเหตุการณ์ในวันนี้ได้บรรยายไว้ว่า “ในเวลานั้นรถยนต์คนหนึ่ง ที่กำลังวิ่งบนถนนด้วยความเร็วสูง และไม่รู้เพราะอะไรผ้าพันคอผ้าไหมยาวๆ ของเธอเกิดเกี่ยวม้วนรอบล้อรถคนนั้นพอดี และด้วยพลังมหาศาล มันลากเธอทั้งร่างไปกับรถ ไปตามท้องถนนที่เต็มไปด้วยก้อนหินเล็กๆ เธอถูกลากไปหลายหลาก่อนที่รถคันนั้นจะรู้สึกตัวและหยุดลง ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ต่างตกใจและตื่น ตะหนก เธอถูกส่งไปแพทย์รักษาตัวในทันที หากแต่มันสายไปเสียแล้ว เธอคอหักและตายทันที”

 

 

 

อันดับที่ 2

 




เรื่องเด่นประจำสัปดาห์

more


    แสดงความคิดเห็น


    กรุณา Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

    ส่ง Scoop ให้เพื่อน

    E-mail เพื่อน

    E-mail ผู้ส่ง

    ข้อความ

     

    แจ้งลบไม่เหมาะสม

    ชื่อ ผู้ส่ง

    E-mail ผู้ส่ง

    ข้อความ / เหตุผล

     


    Hot Story


    ความคิดเห็น

    Clipmass จัดให้


    เรื่องราวจากผู้สนับสนุน