ทนคบกันทำไม กับคนที่ใคร ๆ ก็บอกว่าไม่ดี

คุณหรือเปล่าที่คบกับผู้ชายที่ใคร ๆ ก็บอกว่าเขาไม่ดีบ้างล่ะ แย่บ้างล่ะ หรือไม่ก็หวังใช้ประโยชน์จากคุณบ้างล่ะ แต่คุณก็ไม่เชื่อไม่ฟัง ด้วยความคิดที่ว่าเขาไม่ใช่คนอย่างนั้นเสียหน่อย หรือต่อให้เป็นอย่างนั้นจริง คุณนี่แหละที่จะเป็นคนเปลี่ยนเขาเอง รายที่เปลี่ยนได้ก็โชคดีไป แต่รายไหนพยายามเท่าไหร่ก็ไม่เห็นผล กลายเป็นยิ่งดันทุรัง ทั้งรักทั้งเจ็บอยู่อย่างนั้น

          ความจริงแล้วการทำดีกับคนที่ใคร ๆ ก็มองว่าไม่ดี มีชื่อเรียกเก๋ ๆ ว่า "สต็อกโฮล์ม ซินโดรม" (Stockholm Syndrome) ซึ่งมีที่มาจากเหตุการปล้นธนาคารครั้งหนึ่งที่เมืองสต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ซึ่งตำรวจได้เข้าปิดล้อมธนาคารเป็นเวลาหลายวัน จนตัวประกันที่ถูกจับได้เริ่มสนิทสนมและเห็นอกเห็นใจโจร ในที่สุดเมื่อตำรวจบุกเข้าไปช่วยตัวประกัน กลับปกป้องเข้าข้างโจรเสียอย่างนั้น

          คล้าย ๆ กับเหตุการณ์ของความรัก เมื่อคุณดันไปรักคนที่ไม่น่ารัก แต่เมื่อมันผูกพันไปแล้วก็ยากจะยับยั้งใจได้ คุณอาจจะเป็นหนึ่งในร้อยในพันคนที่หาข้อดีของเขาหรือเธอเจอ หรืออาจเพียงตกหลุมคำพูดหวาน ๆ การกระทำที่เหมือนให้ใจ ที่เขาให้กับคุณ จนคิดไปว่าเมื่อเขารักและทำเพื่อคุณมากขนาดนี้ หากคุณจะขอให้เขาเปลี่ยนตัวเองเพื่อคุณบ้างเขาก็ย่อมทำได้

          ในเมื่อคนเรานั้นต่างต้องการให้ตัวเองเป็นคนสำคัญของใครสักคนหนึ่ง การได้ยินคำชม คำบอกรัก การกระทำที่อ่อนโยน จึงทำให้เราเขวไปได้ง่าย ๆ คนรักบางคนมักอารมณ์เสียเกรี้ยวกราด หรือใช้ประโยชน์จากคุณให้ทำนู่นนี่ให้เขามากมาย แต่ยามอารมณ์ดีก็ดีใจหาย คอยออดอ้อนเอาอกเอาใจ ทำให้คนที่กำลังจะตัดใจไปไหนไม่รอดสักที

          ใครที่กำลังตกอยู่ในสถานะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นนี้ คิดทบทวนตัวเองเสียใหม่เถอะค่ะ หากคุณได้ลองพยายามที่จะเปลี่ยนเขาหรือเธอแล้ว แต่อีกฝ่ายก็ไม่มีทีท่าว่าจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ไปในทางที่ดีขึ้นเพื่อคุณเลย จะมีประโยชน์อันใดที่จะรักเขาต่อไปทั้ง ๆ ที่ใจก็เจ็บปวดเหลือเกิน แม้ว่าจะฟังดูยาก แต่ค่อย ๆ ก้าวถอยออกมาเพื่อรักษาหัวใจตัวเอง ไม่ให้ต้องบอบช้ำไปมากกว่านี้ดีกว่านะคะ

          ก่อนจะถอยออกจากชีวิตของคนรักแย่ ๆ ระหว่างช่วงเวลาทำใจ ลองใช้ความพยายามครั้งสุดท้ายตามวิธีการเหล่านี้ดูอีกสักครั้ง อย่างน้อยผลของมันก็ทำให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ว่าคุณควรจะทำอย่างไรกับความรักของตัวเองต่อไป

1. หาที่ปรึกษา

          ที่ปรึกษาที่ให้คำแนะนำที่ดีได้จะทำให้คุณรู้สึกแข็งแกร่ง และมองเห็นคุณค่าในตัวเอง ทั้งนี้ ยังสามารถปูทางให้คุณปรับเปลี่ยน ไปสู่ความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นได้อีกด้วย แน่ล่ะว่าคู่รักของคุณอาจไม่ชอบให้มีใครเข้ามารู้เรื่อง หรือจุ้นจ้านกับเรื่องความรักของตนเอง แต่นั่นก็คือโอกาสที่เขาจะได้เปลี่ยนแปลงตัวเอง เพื่อไม่ให้การกระทำแย่ ๆ ต้องตกเป็นเป้าสายตาจากใครอีก แต่หากเขาก็ยังคงทำตัวเช่นเดิม ๆ ก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้วล่ะ จงคิดอย่างมีสติว่าจะทนอยู่อย่างนี้ต่อไป หรือจะจบเพื่อเริ่มต้นใหม่กับหนทางที่น่าจะสดใสกว่า

2. เผชิญหน้า

          การเผชิญหน้าและคุยหาบทสรุปให้เป็นเรื่องราวเป็นทางออกที่ดี แต่อย่างไรก็ตาม คุณควรมีคนที่สนิทที่คอยเป็นกำลังเสริม เพื่อช่วยเหลือคุณได้อยู่ใกล้ ๆ ด้วย อาจเป็นคนในครอบครัว หรือเป็นคนที่คุณมักปรับทุกข์ด้วยอยู่บ่อย ๆ และรู้ความเป็นไปในความสัมพันธ์ระหว่างคุณทั้งสอง เพราะส่วนใหญ่แล้วเมื่ออีกฝ่ายรู้ว่ามีคนที่รับรู้ถึงการกระทำแย่ ๆ ของเขา ก็มักไม่กล้าที่จะทำอะไรคุณอีก

          โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนรักประเภทที่มักทำให้คุณรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ไม่ว่าจะด้วยคำพูดที่หยามเหยียดเหน็บแนมให้เจ็บใจน้อยใจ หรือการกระทำที่ไม่ให้เกียรติคุณเอาเสียเลย ทำอย่างกับว่าคุณเป็นของตาย เคสที่ร้ายแรงอาจเลยเถิดถึงขนาดลงไม้ลงมือใช้กำลัง เพราะฉะนั้น หากเลือกที่จะเผชิญหน้ากับความจริงกับตัวตนของเขา คุณก็ควรมีคนที่ซับพอร์ตคุณได้อยู่ใกล้ ๆ ด้วย

3. กำหนดช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลง

          การกำหนดระยะเวลาที่เหมาะสม ที่จะให้อีกฝ่ายในการเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นเรื่องสำคัญ และโปรดท่องเอาไว้ให้ขึ้นใจว่าคนที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมแย่ ๆ ทั้งหลายได้ ก็คือเจ้าตัวเองเท่านั้น แม้คุณจะพยายามแค่ไหน แต่ถ้าเขาไม่มีกะใจจะทำจริงจัง ก็คงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรให้มันดีขึ้นได้ การกำหนดระยะเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ให้แน่นอน ทำให้การตัดสินใจของคุณง่ายขึ้น ว่าคุณควรจะอยู่ร่วมทางรักกับเขาต่อไปหรือไม่

4. เรียกความภาคภูมิใจในตัวเองคืนมา

          คู่รักที่ใช้ไม่ได้มักไม่ยอมรับว่าความผิดพลาดใด ๆ เป็นของตัวเอง แม้สาเหตุจะมาจากเขาหรือเธอจริง ๆ ก็ตาม น้อยนักที่จะได้ยินคำว่า "ขอโทษ" หรือ "เสียใจ" ออกจากปากของอีกฝ่าย กลับกันคุณมักกลายเป็นฝ่ายผิดอยู่เสมอ นับวันยิ่งทำให้ความภาคภูมิใจในตัวเองของคุณยิ่งหดหาย และหดหู่กับความผิดที่ตัวเองไม่ได้เป็นคนก่อ อย่ามัวแต่นั่งห่อเหี่ยวอยู่เลย หยุดเข้าข้างเขา เมื่อคุณเองก็รู้ว่าความจริงนั้นเป็นอย่างไร เป็นอย่างที่เขากล่าวหาจริงหรือไม่ เรียกความภาคภูมิใจในตัวเองที่คุณเคยมีกลับคืนมา แล้วเดินออกมาจากชีวิตเขาซะ ไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องทนอยู่ต่อไป เพื่อเป็นที่รองรับอารมณ์หรือความผิดที่ตัวเองไม่ได้เป็นคนก่อ

          สุดท้ายแล้ว...การตัดสินใจทุก ๆ อย่างก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณ ว่าคุณจะทนอยู่กับคนรักแย่ ๆ แบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่ คุณจะรั้งความรักที่น่าเหน็ดเหนื่อยนี้ให้อยู่ต่อไป ยอมเป็นคนดีที่อีกฝ่ายมองไม่เห็นค่า หรือจะยอมตัดใจ เจ็บหนักอีกเพียงครั้งแทนที่จะยอมเจ็บปวดเรื่อยไปไม่รู้จบ เลือกก้าวออกมาและเดินทางใหม่ที่น่าจะสดใสกว่าเก่า ค่อย ๆ คิดทบทวนตัวเองดูเถอะนะคะ...เจอคนรักที่ไม่น่ารักแบบนี้ยอมอยู่เป็นโสดดีกว่านะ จริงไหม ?

4 ส.ค. 54 เวลา 18:00 1,971 5 110
แชร์สกู๊ป
กรุณา Login เพื่อแสดงความคิดเห็น
ส่ง Scoop ให้เพื่อน
แจ้งลบไม่เหมาะสม
ความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Loading...