คลิปแมสด็อทคอม
  
    
Upload



ลิเวอร์พูล 3 - 0 แมนฯ ซิตี้

 

แคร์โรลล์ซัดเบิ้ล!หงส์เปิดรังอัดเรือใบจม3-0

        แอนดี้ แคร์โรลล์ โชว์ฟอร์มสดซัดคนเดียวสองเม็ด ช่วย "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เปิดแอนฟิลด์ไล่ต้อน "เรือใบสีฟ้า" เละไม่เป็นท่า 3-0 รับสามแต้มเต็มมี 48 คะแนนอยู่อันดับ 6 เหมือนเดิม เพิ่มความหวังในการไปลุย ยูโรปา ลีก ส่วน แมนฯ ซิตี้ ต้องลุ้นตัวโก่งในการไป แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยรั้งอันดับสี่ แต่มีแต้มมากกว่าอันดับห้า สเปอร์ส ที่แข่งน้อยกว่าสามแต้ม

 



ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันจันทร์ ที่ 11 เมษายน 2554
ลิเวอร์พูล 3 - 0 แมนฯ ซิตี้


สนาม : แอนฟิลด์


        หงส์ แดง มีปัญหาเกมรับ ทำให้กุนซือ เคนนี่ ดัลกลิช ต้องส่งดาวรุ่ง จอห์น ฟลานาแกน ลงประเดิมสนาม ทว่าเกมรุกจัดเต็มทั้ง แอนดี้ แคร์โรลล์ และ หลุยส์ ซัวเรซ ค่าตัวรวม 60 ล้านปอนด์ ส่วนทีมเยือน เรือใบสีฟ้า ดร็อป ดาบิด ซิลบา และ ไนเจล เด ยองก์ เป็นสำรอง แต่ยังมีทีเด็ดทั้ง คาร์ลอส เตเวซ, อดัม จอห์นสัน และ เอดิน เชโก้
 

        หลังมีพิธียืนสงบนิ่ง ไว้อาลัยให้ผู้เสียชีวิตจากเหตุโศกนาฏกรรมที่ ฮิลล์สโบโร่ เมื่อ 22 ปีก่อนรวมถึงถรรยาของอดีตดาวเตะขวัญใจ เดอะ ค็อป อย่าง เดวิด แฟร์คลัฟ ที่จากโลกนี้ไปแล้ว เกมก็เริ่มขึ้นโดยทั้งสองทีม เดินหน้าลุยใส่กันทันที


        โอกาสแรกของเกมเดินทางมาถึงในนาทีที่ 6 โดยเป็นฝั่ง ลิเวอร์พูล ที่ได้ลุ้นจากจังหวะที่ แคร์โรลล์ โหม่งตั้งให้ ซัวเรซ ป้ายออกทางขวาให้ เดิร์ค เค้าท์ สอดมาตะบันหน้ากรอบเขตโทษ ลูกลอยข้ามคานไป


        นาทีต่อมา หงส์แดง น่าได้เฮสุดๆ เมื่อ แว็งซ็องต์ ก็องปานี กองหลัง แมนฯ ซิตี้ สกัดไม่ดีโดน แคร์โรลล์ กระโดดเตะไหลเข้าทาง ซัวเรซ ควบหลุดจากกลางสนามเข้าไปแปเน้นๆ กะให้เสียบมุม แต่ โจ ฮาร์ท ปัดด้วยปลายมือไปชนเสาเต็มๆ


        ลิเวอร์พูล มาเป็นชุด ในที่สุดก็สัมฤทธิ์ผลจนได้ในนาทีที่ 13 จากจังหวะที่เริ่มจาก ราอูล เมยเรเลส ยิงไกลกว่า 30 หลาไปติดขา ก็องปานี ก่อนที่จะเด้งมาเข้าทาง แคร์โรลล์ กดด้วยซ้ายข้างถนัดจาก 25 หลาพุ่งเรียดผ่านมือ ฮาร์ท เข้าไปกระทบตาข่ายให้ หงส์แดง ทะยาน 1-0 เป็นประตูแรกของดาวยิงค่าตัว 35 ล้านปอนด์ที่ทำให้ หงส์แดง ด้วย


        ข่าวร้ายมาเยือน แมนฯ ซิตี้ อีกเมื่อ เตเวซ มีอาการบาดเจ็บจากจังหวะที่เสียบอลจนทำให้ทีมเสียประตู และเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ โรแบร์โต้ มันชินี่ กุนซือทีมเยือน ส่ง มาริโอ บาโลเตลลี่ ลงมาแทนในนาทีที่ 16 โดยยังไม่แน่ว่า ดาวยิงทีมชาติอาร์เจนติน่า จะฟิตทันเกม เอฟเอ คัพ รอบตัดเชือกกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ เวมบลีย์ เสาร์นี้หรือไม่


        แมนฯ ซิตี้ พยายามฮึด แต่ยังขาดๆ เกินๆ นาทีที่ 27 ฟาบิโอ ออเรลิโอ แบ๊กซ้าย ลิเวอร์พูล โดนใบเหลืองคนแรกจากการพุ่งเสียบ อดัม จอห์นสัน อย่างน่าเกลียด ถัดมา นาทีที่ 32 อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ กึ่งยิงกึ่งผ่านจากทางซ้ายผ่านหน้าประตูไปแบบน่าหวาดเสียว


        ลิเวอร์พูล ขึ้นเกมรุกได้เด็ดขาดกว่า หลังจากบดเป็นนาที ก็หนีเป็น 2-0 จนได้เมื่อ ออเรลิโอ เติมขึ้นมาซัดติด ก็องปานี ก่อนลูกเด้งไปทางขวาเข้าทางปืน เค้าท์ ที่แปเล่นทางยัดเสาแรกสุดสวยในนาทีที่ 34


        และอีกแค่นาทีต่อมา สกอร์ไหลเป็น 3-0 เมื่อ เดเดรีค โบยาต้า แบ๊กขวาทีมเยือนจ่ายพลาด ก่อนที่ เมยเรเลส จะได้บอลแล้วเปิดจากซ้ายด้วยเท้าขวา แคร์โรลล์ เบียดกับ โคลารอฟ ขึ้นโขกเช็ดเข้าเสาสองชนิด ฮาร์ท หมดสิทธิ์ป้องกัน แม้ดูก้ำกึ่งว่า ลูกโดนหัว โคลารอฟ เข้าประตูตัวเองก็ตาม แต่ก็มีการให้เครดิตกับ แคร์โรลล์ ทำให้มีลุ้นแฮตทริก


        ฝนเทลงมาอย่างหนัก ท้ายครึ่งแรก นาทีที่ 45 แมนฯ ซิตี้ ลุ้นตีไข่ตกเมื่อ โคลารอฟ เปิดฟรีคิกจากทางซ้ายไปหน้าประตู โจลีออน เลสค็อตต์ โขกหลุดเสานิดเดียว จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล นำห่าง เรือใบสีฟ้า 3-0


        ครึ่งหลังกลับมาเล่นต่อได้ห้านาที ลิเวอร์พูล หวิดได้ประตูเพิ่มจากจังหวะเตะมุมด้านซ้ายเปิดเข้ามา เค้าท์ เทกตัวโหม่งคนเดียวโล่งๆ แต่โดนไม่เต็มเลยหลุดกรอบไปชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด


        นาทีที่ 59 มันโช่ ขยับแก้เกมให้ แมนฯ ซิตี้ ด้วยการส่ง ดาบิด ซิลบา ลงแทน เจมส์ มิลเนอร์ ที่แทบไม่มีบทบาทเลย ขณะที่นักเตะหลายคน เล่นเหมือนไม่มีหัวใจ ปล่อยให้ ลิเวอร์พูล บุกใส่ฝั่งเดียว


        เหลืออีกราว 20 นาที หงส์แดง มาเป็นชุดๆ อีก ก่อนที่แนวรับทีมเยือนจะปล่อยให้ ซัวเรซ ได้วอลเล่ย์เก็บตกจาก 10 หลาทางด้านซ้าย แต่น่าเสียดายที่โดนไม่เต็มเท้าเลยหลุดกรอบไป


        ผ่านมาถึงนาทีที่ 80 หงส์แดง โต้กลับได้สวย ซัวเรซ ไหลให้ เค้าท์ หลุดไปซัดในกรอบเขตโทษด้านซ้ายผ่านหน้าประตูไป


        นาที 83 ทีมเยือนสุดจะทนกับฟอร์มการเล่นที่ไม่เอาอ่าวของ มาริโอ บาโลเตลลี่ จนต้องเปลี่ยน ไนเจล เด ยองก์ ลงมาแทนอีกครั้งหวังช่วยเกมเรือใบให้ดีขึ้นกว่าเดิม


        ช่วงทดเวลา แอนดี้ แคร์โรลล์ ถูกเปลี่ยนออกไปพักโดยส่ง ดาวิด เอ็นก๊อก ลงมาแทนแต่ยังไม่ทันได้สัมผัสกับบอลกรรมการเป่าจบเกม ลิเวอร์พูล ถล่มขาดลอย 3-0 อยู่อันดับหก เพิ่มความหวังในการไปลุย ยูโรปา ลีก ส่วน แมนฯ ซิตี้ ต้องลุ้นตัวโก่งในการไป แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยรั้งอันดับสี่ แต่มีแต้มมากกว่าอันดับห้า สเปอร์ส ที่แข่งน้อยกว่าสามแต้ม


รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม


        ลิเวอร์พูล :
โฆเซ่ เรน่า, จอห์น ฟลานาแกน, เจมี่ คาร์ราเกอร์, มาร์ติน สเคอร์เทล, ฟาบิโอ ออเรลิโอ, เดิร์ค เค้าท์, ลูคัส เลว่า, เจย์ สเพียริ่ง, ราอูล เมยเรเลส, หลุยส์ ซัวเรซ, แอนดี้ แคร์โรลล์

        สำรอง :
ปีเตอร์ กูลากซี่, โจ โคล, มักซี่ โรดริเกซ, แดนนี่ วิลสัน, ดาวิด เอ็นก๊อก, จอนโจ เชลวี่ย์, แจ็ค โรบินสัน


        แมนฯ ซิตี้ :
โจ ฮาร์ท, เดดรีค โบยาต้า, แว็งซ็องต์ ก็องปานี, โจลีออน เลสค็อตต์, อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ, แกเร็ธ แบร์รี่, ยาย่า ตูเร่, เจมส์ มิลเนอร์, คาร์ลอส เตเวซ, อดัม จอห์นสัน, เอดิน เชโก้

        สำรอง :
สจ๊วร์ต เทย์เลอร์, ปาโบล ซาบาเลต้า, ฌอน ไรท์-ฟิลลิปส์, ดาบิด ซิลบา, ไนเจล เด ยองก์, มาริโอ บาโลเตลลี่, ไรอัน แม็คกีเวิร์น


        ผู้ตัดสิน :
มาร์ค ฮัลซี่ย์




ประมวลถาพหลังเกมการแข่งขัน




พิธียืนสงบนิ่งไว้อาลัยให้ผู้เสียชีวิตจากเหตุโศกนาฏกรรมที่ ฮิลล์สโบโร่ เมื่อ 22 ปี




เดิร์ค เค้าท์ ซัดประตูที่สองก่อนหงส์แดงซิวห่างเรือใบ 3-0




หลุยส์ ซัวเรซ แม้ทำประตูไม่ได้แต่เล่นได้เด่นเหลือเกินในเกมนี้




เตเวซ ลงมาวาดลายแข้งได้เพียง 16 นาที ก่อนถูกเปลี่ยนออกเนื่องจากบาดเจ็บ


 



เรื่องเด่นประจำสัปดาห์

more


    แสดงความคิดเห็น


    กรุณา Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

    ส่ง Scoop ให้เพื่อน

    E-mail เพื่อน

    E-mail ผู้ส่ง

    ข้อความ

     

    แจ้งลบไม่เหมาะสม

    ชื่อ ผู้ส่ง

    E-mail ผู้ส่ง

    ข้อความ / เหตุผล

     


    Hot Story


    ความคิดเห็น

    เรื่องที่เกี่ยวข้อง

    more

    Clip of the Day


    เรื่องราวจากผู้สนับสนุน