สืบภาค 4 คุมตัวผู้ต้องสงสัยร่วมทีมยิง "ขวัญชัย ไพรพนา" ได้แล้ว - เร่งสอบสวนเค้นข้อมูลเพิ่มเติม

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 7 ก.พ. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า ที่สนามบินนาชาติอุดรธานี พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ยรรยง เวชโอสถ รอง ผบก.สส.ภ.4 และกำลังชุดสืบสวน คอมมานโดอาวุธครบมือ ได้ไปรอที่ประตูทางเข้าข้างหอวิทยุการบินเพื่อรอรับการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยในคดียิง นายขวัญชัย ไพรพนาซึ่งต่อมา เครื่องบินแบบใบพัดรุ่นจัสติน หมายเลข 27228 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ร่อนลงจอดและจอดห่างจากจุดทางเข้าประมาณ 100 เมตร 
 
พ.ต.อ.ณัฐนนท์ ประชุม ผกก.สส.1บก.สส.ภ.4 พร้อมด้วย พ.ต.ท.ชาญณรงค์ มากพิสุทธิ์ รอง ผกก.สส.ฯ ได้ลงจากเครื่อง ประสานมายัง พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า ผบก.สส.ภ.4 เพื่อเช็คความพร้อมในการคุมตัวผู้ต้องหาลงจากเครื่องบิน จากนั้นพล.ต.ต.ชูรัตน์ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ไพโรจน์ แสงอรุณ รอง ผกก.ฯ ได้นำรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ เข้าจอดเทียบข้างตัวเครื่อง พร้อมรถยนต์กระบะอิซูซุ สีบรอนซ์ทองอีกคัน ประกบข้าง จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวชายร่างสูงประมาณ 175 ซม. สวมหมวกกันน็อกสีดำ สวมเสื้อเกราะสีดำ กางเกงยีนส์ขายาว ลงจากเครื่องอย่างรวดเร็วแล้วรีบนำตัวขึ้นรถที่เบาะหลังโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนั่งประกบทั้งสองข้าง 
 
จากนั้นมีขบวนรถตำรวจนำหน้าและปิดท้าย รวม 6 คัน ขับมุ่งหน้าที่ไปที่กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 24 ค่ายเสนีย์รณยุทธ์ ห่างจากสนามบินนานาชาติอุดรธานี ประมาณ 10 กิโลเมตร และมีการนำตัวผู้ต้องหาคนสำคัญในคดี เข้าไปยังห้องสอบสวนพิเศษ โดยไม่มีการอนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปหารายละเอียดแต่อย่างใด 
 
ทั้งนี้ แหล่งข่าวระบุว่า การจับกุมครั้งนี้ชุดสืบสวนภาค 4 ได้เกาะติดความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 6 คน โดย 1 ในนั้นที่ถูกจับกุมเป็นกุญแจสำคัญในการตามไล่ล่าจับกุมผู้ต้องหาที่เหลืออยู่ โดยผู้ต้องหารายนี้เชื่อว่าเป็น 1ใน 3 ของกลุ่มผู้ต้องหากลุ่มแรก ที่มาดูลาดเลา และเข้าพักที่รีสอร์ตใกล้บ้านพักของนายขวัญชัย ไพรพนา แล้วคอยสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหว เพื่อรายงานให้ผู้ต้องหา อีก 3 คน ที่เป็นคนมีสีและเข้าพักที่รีสอร์ตอีกแห่ง ห่างไปประมาณ 5 กิโลเมตร 
 
และในช่วงเย็น มีผู้ต้องหา 1 คนในทีม ได้ไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มบริเวณสี่แยกสามพร้าว โดยมีคนบงการโอนเงินมาเข้าบัญชี เพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการทำงานอีกหลายวัน จากนั้นกลุ่มผู้ต้องหา ได้เข้าพักที่รีสอร์ต แล้วติดต่อพนักงานของรีสอร์ต ให้จัดหาหญิงบริการให้หลับนอนในรีสอร์ต จนทำให้พยานจำใบหน้า และตรงกับภาพในกล้องวงจรปิดที่บริเวณรีสอร์ต และตู้เอทีเอ็ม 
 
นอกจากนี้กลุ่มผู้ต้องหายังมีการสับเปลี่ยนป้ายทะเบียนรถเพื่อง่ายแก่การลงมือและหลบหนี จนกระทั่งชุดสืบสวนได้รู้ตัวว่า ผู้ต้องหารายนี้หลบหนีไปกบดานอยู่ที่ภาคใต้ จึงเข้าจับกุมตัวไว้และคุมตัวไปสอบสวนที่เซฟเฮ้าส์ในกรุงเทพฯ ก่อนคุมตัวมาสอบสวนขยายผลต่อที่อุดรธานี 
กรุณา Login เพื่อแสดงความคิดเห็น
ส่ง Scoop ให้เพื่อน
แจ้งลบไม่เหมาะสม
ความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Loading...