"อดีตสหาย"จัดรำลึก 48 ปี วันเสียงปืนแตก เผยไม่อยากเห็นคนไทยฆ่ากันอีก

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่วัดบ้านนาบัว ต.โคกหินแฮ่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม นายอติชาต อุณหเลขกะ นายอำเภอเรณูนคร จ.นครพนม พร้อมด้วยนายชม แสนมิตร อายุ 84 ปี อดีตสหายตั้งชาวบ้านนาบัว หมู่ 5 ต.โคกหินแฮ่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม นายวิเศษ สุขรี นายก อบต.โคกหินแฮ่ นายสุรศักดิ์ จิตมาตย์ อายุ 46 ปี ผู้ใหญ่บ้านนาบัวหมู่ 5 นายสำราญ แสนมิตร ส.อบต. หมู่ 5 นายสาคร จิตมาตย์ อายุ 56 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 13 นายพิมพ์ศักดิ์ จิตมาตย์ อายุ 40 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 14 ร่วมกับชาวบ้าน และตัวแทนอดีตสหายในพื้นที่ภาคอีสาน ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมงานรำลึกประวัติศาสตร์ครบ 48 ปี หมู่บ้านนาบัววันเสียงปืนแตก เนื่องจากบ้านนาบัวเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อสู้สงครามประชาชน เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ.2508 ระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชน ในฐานะพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย หรือที่ถูกเรียกว่ากลุ่มสหายดาวแดง ที่มาจากสาเหตุของการแตกแยกทางความคิดทางการเมืองและแฝงด้วยการแย่งชิงอำนาจเพื่อการปกครองทางบ้านเมือง ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ตัดสินใจเข้าป่าถืออาวุธต่อสู้กับอำนาจรัฐ จนเกิดการสูญเสียเลือดเนื้อชีวิตทั้ง 2 ฝ่าย โดยมีการต่อสู้ยืดเยื้อเป็นเวลากว่า 20 ปี ทำให้หมู่บ้านนาบัวกลายเป็นหมู่บ้านประวัติศาสตร์มาจนถึงปัจจุบัน รวมถึงพื้นที่ติดต่อ คือ อำเภอนาแก จ.นครพนม ซึ่งเป็นพื้นที่สีแดงที่มีการเคลื่อนไหวและเป็นฐานทัพที่มั่นสำคัญของสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ที่มีการต่อสู้กับทหาร จนเป็นที่มาของการก่อตั้งอนุสรณ์สถานแห่งความสงบบริเวณฐานทัพภูพานน้อย ต.พิมาน อ.นาแก จ.นครพนม หลังเหตุการณ์สงบ ไว้เป็นที่เตือนใจของชาวไทย ให้มีความรู้รักสามัคคี มาถึงปัจจุบัน   


อดีตสหายตั้งกล่าวว่า สำหรับวันที่ 7 สิงหาคมของทุกปี ถือเป็นวันสำคัญของเพื่อนสหาย ที่เคยร่วมกันต่อสู้เอาชีวิตเลือดเนื้อแลกมาซึ่งประชาธิปไตย ในยุคที่เกิดความแตกแยกทางความคิดระหว่างประชาชนกับรัฐบาล หรือที่เรียกกันว่ายุคคอมมิวนิสต์ ทำให้ทุกปีได้ร่วมกันจัดงานรำลึกขึ้นเพื่อไว้อาลัยแด่ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นสิ่งเตือนใจให้ชนรุ่นหลัง ได้เกิดความสามัคคีในประเทศชาติ โดยตนถือเป็นหนึ่งในกลุ่มที่เคยร่วมเคลื่อนไหว เป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ ทำงานดูแลมวลชน เข้าป่ามานานเกือบ 20 ปี ซึ่งเป้าหมายสำคัญในยุคนั้น ต้องการที่จะเรียกร้องให้ทางรัฐบาลในยุคนั้น มาดูแลทุกข์สุขอย่างจริงจัง ยุติการใช้อำนาจรุนแรงภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตย เป็นที่มาของการต่อสู้เพื่อแลกเอาประชาธิปไตยอย่างแท้จริงตามอุดมการณ์ของประชาชน


"มาถึงวันนี้ตนไม่อยากให้สิ่งเลวร้ายที่ผ่านมาเกิดขึ้นกับประเทศไทยอีก แต่ยังมีความกังวล เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยยังไม่ใช่ประชาธิปไตยแท้จริงตามที่เคยเรียกร้อง อีกทั้งประเทศไทยยังมีความขัดแย้งทางการเมือง ทั้งที่ประชาชนยังมีความลำบากอีกจำนวนมาก ดังนั้น อยากฝากวิงวอนไปยังรัฐบาล รวมถึงผู้มีอำนาจ หันมาร่วมมือกันพัฒนาประเทศ ดูแลประชาชนอย่างจริงจัง เลิกขัดแย้งทางการเมือง แบ่งฝ่ายแบ่งสี เพราะไม่ต้องการเห็นคนไทยฆ่ากันเองอีกแล้ว เราชาวสหายต้องการรำลึก แต่ไม่ต้องการรื้อฟื้นเหตุการณ์เลวร้ายขึ้นมาอีกและพร้อมที่จะร่วมพัฒนาประเทศชาติต่อไปในอนาคต" อดีตสหายตั้งกล่าว

 

กรุณา Login เพื่อแสดงความคิดเห็น
ส่ง Scoop ให้เพื่อน
แจ้งลบไม่เหมาะสม
ความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Loading...