อนิจายาบ้าท่วมไทย จับล็อตใหญ่2พันล้าน หาเงินต่อยอดเออีซี

 

เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.  พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. นายณรงค์  รัตนานุกูล รักษาราชการแทนเลขาธิการป.ป.ส. พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ โชติมา ผบช.ปส. ร่วมกันแถลงผลการจับกุมนายสมโภชน์ เขียวชอุ่ม อายุ 31 ปี ชาวจ.เชียงราย นายปวริศ หรือพงษ์พันธ์ วิญญูสิงขร อายุ 42 ปี ชาวเขาเผ่าลีซอ ชาว จ.เชียงราย นายนิกร แซ่หลี่ อายุ 49 ปี ชาวจีนฮ่อ ชาว จ.เชียงใหม่ นายธนกร ตรวงไตร่ตรอง อาย 47 ปี ชาวจีนฮ่อ ชาวจ.เชียงใหม่ พร้อมของกลางยาบ้า 970,000 เม็ด รถบรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่สีขาว ทะเบียน 70-5246 เชียงใหม่ จำนวน 1 คัน รถกระบะยี่ห้ออิซูซุ ดีแม็กซ์ สีแดง ทะเบียน บร-629 เชียงใหม่ 1 คัน รถเก๋งยี่ห้อนิสสัน มาร์ช สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ขต-9014 เชียงใหม่  1 คัน รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า สปีด ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน  โทรศัพท์มือถือ 8 เครื่อง โดยจับกุมได้บนถนนสายงาว-สอง กม.ที่ 60-61 ม.5 ต.บ้านโป่ง อ.งาว จ.ลำปาง


การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจบช.ปส.ได้รับการประสานจาก พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ที่ปรึกษา ผบช.ปส. ว่าได้รับแจ้งสายลับระบุว่า มีกลุ่มชาวจีนฮ่อ บ้านใหม่หนองบัว อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ ว่าจ้างชาวเขาเผ่าลีซอ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย นำรถบรรทุก 6 ล้อ ไปลำเลียงยาเสพติดจาก อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ส่งไปยังพื้นที่ กทม.และปริมณฑล จึงสั่งการให้ พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองผบช.ปส.และเจ้าหน้าที่ศูนย์สกัดกั้นยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกสืบสวนจับกุม กระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพบเห็นบรรทุก 6 ล้อตรงกับที่สายรายงานวิ่งมาตามถนนสายอ.แม่สรวย จ.เชียงราย มุ่งหน้า อ.ฝาง จ.เชียงใหม่  โดยมีรถกระบะอีซูซุที่มีนายปวริศขับนำมา ซึ่งรถทั้ง 2 คันมาจอดที่บริเวณ ถ.โชตนา ใกล้กับสามแยกบ่อน้ำมันฝาง ต.หนองยาว อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ โดยมี รถเก๋งนิสสันมาร์ช มีนายนิกร เป็นคนขับ และรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า สปีด มีนายธนกร เป็นคนขับ มาจอดรออยู่ ก่อนที่ทั้งหมดจะไปซื้อปูนซีเมนต์ที่ร้านวัสดุก่อสร้าง เพื่อนำมาใส่ไว้บนกระบะรถบรรทุก 6 ล้อ เพื่อใช้ในการตบตาเจ้าหน้าที่ จากนั้นนายธนกร ได้ขับรถจักรยารนยนต์นำหน้ารถบรรทุก 6 ล้อไปรับยาเสพติด ที่สวนลิ้นจี่แห่งหนึ่ง บ้านหนองไผ่ หมู่ที่ 15 ต.ม่อนปิ่น อ.ฝาง จ.เชียงใหม่  โดยใช้เวลา 1 ชม. จึงกลับออกมา โดยนายปวริศ นายนิกร และนายธนกรได้ไปดื่มสุราที่หนองน้ำสาธารณะบ้านหนองมุ่น อ.ฝาง ขณะที่นายสมโภชน์ ได้ขับรถบรรทุก 6 ล้อ ออกเพื่อนำยาเสพติดมาส่งในพื้นที่ กทม. เมื่อมาถึงถ.สายอ.งาว จ.ลำปาง -อ.สอง จ.แพร่  กม.ที่ 60-61 เจ้าหน้าที่จึงได้เรียกตรวจค้นพบยาบ้าซุกซ่อนในช่องลับซึ่งดัดแปลงเป็นที่ซุกซ่อนยาเสพติด บริเวณผนังด้านหน้าและด้านข้างของกระบะบรรทุกของรถบรรทุก 6 ล้อ จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางดำเนินคดี
 

ส่วนคดีที่ 2 ตำรวจ บช.ปส.ร่วมกับเจ้าหน้าที่ป.ป.ส.ตรวจยึดยาบ้า 2,120,000 เม็ด ยาไอซ์ 136 ก.ก. หลังจากเมื่อเวลา 21 ก.พ. เวลา 09.00 น. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีการลำเลียงยาเสพติด แนวชายแดน อ.แม่สาย-แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ พล.ต.ท.ชัยวัฒน์  จึงสั่งการให้ พล.ต.ต.สุรพล  เจ้าหน้าที่บก.ปส.3 และบก.ปส.1 ประสานกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ออกสืบสวนจับกุม ก่อนพบว่ากลุ่มผู้ลำเลียงได้ลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ อ.แม่จัน จ.เชียงราย แล้ว แต่ไม่พบการขนส่งยาเสพติดผ่านด่านตรวจแม่จันในเส้นทางหลัก และเส้นทางรองอื่นๆ จึงเชื่อว่ากลุ่มผู้ลำเลียงยาเสพติดน่าจะนำยาเสพติดไปซุกซ่อนไว้ กระทั่งเวลา 09.00 น.วันที่ 22 ก.พ. เจ้าหน้าที่ตรวจพบกระเป๋าสะพายสีเขียว จำนวน 18 ใบวางซุกซ่อนในกอกล้วย ถ.ริมคลองสาธารณะซึ่งอยู่ติดกับลำเหมือง บ้านแม่เฟือง  ม.5 ต.ป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงราย  ก่อนถึงด่านตรวจแม่จันประมาณ 3 กม. จึงเชื่อว่าเป็นยาบ้าของกลุ่มผู้ลำเลียงยาเสพติดที่ซุกซ่อนไว้ เพื่อหลบหนีการตรวจค้นของชุดปฏิบัติการ และคาดว่ากลุ่มผู้ลำเลียงจะกลับมานำยาเสพติดดังกล่าวในภายหลัง เจ้าหน้าที่จึงวางกำลังซุ่มสังเกตการณ์ แต่ระหว่างนั้นได้มีชาวบ้าน ผ่านมาพบและเริ่มมีการพูดต่อกันไป เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดกระเป๋าดังกล่าวมาตรวจนับที่หน่วยปส.เชียงราย  ซึ่งผลการตรวจสอบพบเป็นยาบ้า จำนวน 1,060 มัด รวมเป็นยาบ้าจำนวน 2,120,000 เม็ด และยาไอซ์รวมจำนวน 136 กิโลกรัม จึงทำการบันทึกตรวจยึด และนำส่งพนักงานสอบสวนสืบหาผู้กระทำผิดต่อไป


คดีที่ 3  เจ้าหน้าที่ บก.ปส.3  ทำการจับกุมนายเจษฎา อุดม อายุ 38 ปี นายมนัส กล่อมดี อายุ 28 ปี นายณัฐ์ธเนศ ธนะวิสิฐ์ธาดา อายุ 28 ปี น.ส.จุฑาทิพย์ วงศ์ประชา อายุ 23 ปี นายพรชัย กระวินยวง อายุ 35 ปี นายศักดิ์นรินทร์ ศรีวารี อายุ 23 ปี น.ส.ดลพร สายสุวรรณ อายุ 22 ปี นายสมมาตร นิติวงษ์เจริญ อายุ 27 ปี นายสุจิตร นุ้ยบรรพต อายุ 38 ปี และนายจักรกฤษณ์ พลแก้ว อายุ 20 ปี พร้อมของกลางยาบ้า รวมจำนวน 220,000  เม็ด รถยนต์ 3 คัน และรถจยย. 5 คัน  สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติด นำยาบ้ามาจำหน่ายให้กับผู้ค้ารายกลางและรายย่อยในพื้นที่ชุมชน อ.เมือง และ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร และพื้นที่ใกล้เคียง และเปิดห้องเช่าไม่มีเลขที่ ตั้งอยู่บริเวณชั้นที่ 2 ของอาคารเลขที่ 21/26 หมู่ 9 ต.โคกขาม อ.เมือง เป็นแหล่งซุกซ่อนยาเสพติด จึงทำการเฝ้าติดตามพฤติการณ์และเฝ้าสังเกตการณ์ จนกระทั่งพบนายเจษฎา  เดินออกมาจากอาคารพร้อมกระเป๋าสะพายท่าทางมีพิรุธ จึงทำการเข้าตรวจค้นพบยาบ้าจำนวนหนึ่ง จากนั้นได้ขยายผลตรวจค้นห้องพักดังกล่าวพบยาบ้าอีกจำนวนหนึ่ง รวมของกลางทั้งสิ้น 220,000 เม็ด พร้อมขยายผลจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า  จะนำยาบ้าไปจำหน่ายให้กับผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร และพื้นที่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย
 

สำหรับคดีที่ 4  เจ้าหน้าที่ บช.ปส. ร่วมกับ ตำรวจ ภ.จว.เชียงราย ทำการจับกุมนาย อานันต์ แซ่ลี อายุ 29 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 1,948,000 เม็ด และรถกระบะ อีซูซุ รุ่นวีครอส สีเทา ทะเบียน บห 2492 เชียงราย โดยจับกุมได้ที่บริเวณริมถนนพหลโยธิน หน้าปั้มน้ำมัน ปตท.  หมู่2 ต.ห้วยไร่ อ.แม่จัน จ.เชียงราย  สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่วางแผนจับกุมผู้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดโดยจัดกำลังแอบซุ่มบริเวณดังกล่าว จนกระทั่งพบผู้ต้องหาขับรถคันดังกล่าวซึ่งตรงกับที่สายลับแจ้ง จึงทำการขอเข้าตรวจค้น พบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ในกระสอบปุ๋ยและเป้สนาม วางอยู่ในช่องโดยสารด้านหลังคนขับ (ช่องแค๊ป) จึงทำการจับกุมตัว  สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ จึงแจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย
 

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า  ยาบ้าที่จับได้ครั้งนี้จะถูกนำไปตรวจเพื่อดูส่วนผสมว่าใกล้เคียงกับผู้ผลิตกลุ่มไหนบ้าง โดยตราสัญลักษณ์ลูกท้อบนห่อยาบ้าที่จับได้ไม่ใช่เป็นเครือข่ายใหม่ แต่เป็นของผู้ผลิตกลุ่มเดิมที่พิมพ์ตราสัญลักษณ์ขึ้นมาใหม่เท่านั้น  โดยขณะนี้ได้ออกหมายจับหัวหน้าขบวนการและคนที่เกี่ยวข้องที่อยู่ต่างประเทศให้ตำรวจสากลเร่งติดตามจับกุม  ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ของป.ป.ส.พบว่าคนกรุงเทพและปริมณฑลมีความต้องการยาบ้ามากถึง 60-100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งการแก้ปัญหาทางผบ.ตร.ได้ยืนยันว่ามาตรการเน้นการบำบัดที่ทำดีอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ตนเห็นว่าจะต้องมีการปรับปรุงกฎหมายให้ผู้ค้าและผู้ผลิตมีโทษประหารชีวิต
 

ด้านนายณรงค์ กล่าวว่า 2 เดือนที่ผ่านมาสามารถจับยาบ้าได้หลายครั้ง และแต่ละครั้งได้ยาบ้าเกินล้านเม็ด  ป.ป.ส.ได้วิเคราะห์ผลการจับกุมดังกล่าวพบว่า  ปริมาณความต้องการยาเสพติดเพิ่มมากขึ้นและประเทศในอาเซียนใกล้เข้าสู่ประชาคมเขตเศรษฐกิจอาเซียน  ทำให้กลุ่มผู้ผลิตทุ่มผลิตยาบ้าเพื่อระดมทุนต่อยอดทำธุรกิจอื่น  แต่เมื่อถูกจับกุมมากขึ้นก็ต้องยิ่งผลิตเพิ่มเพื่อชดเชยกับยาที่ถูกยึดไป  ซึ่งมาตรการของ ป.ป.ส.ได้ตั้งด่านสกัดกั้นเป็นหลัก และได้ประสานข้อมูลกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงสหรัฐฯ ด้วย เพราะยาบ้าไม่ได้เข้าสู่ประเทศไทยอย่างเดียว แต่ถูกส่งต่อไปทั่วโลก
 

กรุณา Login เพื่อแสดงความคิดเห็น
ส่ง Scoop ให้เพื่อน
แจ้งลบไม่เหมาะสม
ความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Loading...