กรมปศุสัตว์เปิดตัว บีเกิล สุนัขดมกลิ่นตรวจด่านสุวรรณภูมิ

 


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก dld.go.th

อธิบดีกรมปศุสัตว์ เผยใช้สุนัขดมกลิ่นตรวจหาสัตว์และซากสัตว์ที่ซุกซ่อนมาในกระเป๋าสัมภาระ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขอตรวจค้นหาวัตถุสิ่งของต้องสงสัยที่ด่านฯ สนามบินสุวรรณภูมิ

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา นายสัตวแพทย์ทฤษดี ชาวสวนเจริญ อธิบดีกรมปศุสัตว์ แถลงข่าวประชาสัมพันธ์สุนัขดมกลิ่นด่านสุวรรณภูมิ พร้อมร่วมชมการสาธิตการปฏิบัติงานจากทีมสุนัขดมกลิ่น ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยกรมปศุสัตว์ได้นำสุนัขสายพันธุ์บีเกิล จำนวน 4 ตัว ซึ่งผ่านการฝึกหลักสูตรสุนัขดมกลิ่นที่กองกำกับการสุนัขและม้าตำรวจ กองบัญชาการตำรวจปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อนำมาใช้งานในการตรวจหาสัตว์และซากสัตว์ที่ซุกซ่อนมาในกระเป๋าสัมภาระของผู้โดยสาร ที่สนามบินสุวรรณภูมิ

เนื่องจากสุนัขพันธุ์บีเกิล เป็นสุนัขที่มีขนาดตัวค่อนข้างเล็ก เป็นมิตร ฉลาด แสนรู้ มีจมูกที่ไวต่อการดมกลิ่น สามารถเข้าไปตรวจค้นได้แม้กระทั่งคนที่ค่อนข้างกลัวสุนัข เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพความแม่นยำในการการตรวจค้นหาวัตถุสิ่งของต้องสงสัยให้กับเจ้าหน้าที่ เพื่อป้องกันการลักลอบนำสัตว์และซากสัตว์ที่อาจปนเปื้อนเชื้อโรคระบาดสัตว์มากับสินค้าสัตว์หรือซากสัตว์ที่เข้ามาภายในประเทศซึ่งส่งผลให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจและสุขอนามัยของประชาชนภายในประเทศได้ สำหรับแผนในอนาคต กรมปศุสัตว์เตรียมแผนขยายการปฏิบัติงานของชุดสุนัขดมกลิ่นให้แก่ด่านกักสัตว์ระหว่างประเทศทุกแห่ง

อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า กรมปศุสัตว์ได้กำหนดให้หน่วยงานด่านกักกันสัตว์ สำนักควบคุมป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ รับผิดชอบภารกิจดังกล่าว ทั้งนี้ ด่านกักสัตว์ระหว่างประเทศ ซึ่งมีลักษณะเป็นท่าอากาศยานขนาดใหญ่ โดยเฉพาะท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีจำนวนของอากาศยานที่มาใช้เพิ่มมากขึ้น หีบห่อสัมภาระมากขึ้น การขนส่ง เคลื่อนย้ายสินค้าเป็นไปอย่างรวดเร็วตามเทคโนโลยีการขนส่งสมัยใหม่ แต่ในขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่มีจำกัด ดังนั้น จึงจำเป็นต้องจัดกำลังเข้าปฏิบัติงานโดยใช้วิธีการสืบหาข่าวการลักลอบ หรือใช้วิธีสุ่มตรวจเที่ยวบินต้องสงสัยว่าจะมีผู้โดยสารลักลอบนำสัตว์หรือซากสัตว์ซุกซ่อนมากับกระเป๋าสัมภาระ

โดยจากข้อมูลที่ผ่านมาพบว่ากรณีของผู้โดยสารขาเข้าจะต้องเน้นการตรวจหาซากสัตว์จำพวกเนื้อสัตว์ หรือซากสัตว์อื่น ๆ เป็นหลัก ส่วนกรณีของผู้โดยสารขาออกนั้นจะต้องเน้นไปที่การตรวจหาสัตว์ป่ามีชีวิต เช่น นก เสือ งู เต่า ฯลฯ ซากสัตว์ป่า เช่น งาช้าง กระดูกสัตว์ หนังสัตว์ อุ้งเท้า เครื่องในสัตว์ตากแห้ง ที่มักมีการลักลอบส่งออกไปต่างประเทศเพื่อปรุงเป็นยาแผนโบราณ โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบตารางเที่ยวบินที่ต้องสงสัยจากท่าอากาศยานและจัดกำลังเข้าปฏิบัติงานเมื่อเที่ยวบินดังกล่าวเดินทางมาถึงหรืออยู่ในช่วงกำลังลำเลียงกระเป๋าขึ้นอากาศยาน

อย่างไรก็ดี หากชุดปฏิบัติงานสุนัขดมกลิ่นตรวจสอบพบสิ่งผิดกฏหมายจะแจ้งให้สัตวแพทย์ประจำด่านกักสัตว์สุวรรณภูมิทราบทันที เพื่อประสานเจ้าหน้าที่ของสายการบินให้เชิญเจ้าของสัมภาระมาพบเจ้าหน้าที่ หากเป็นกรณีที่ของกลางนั้นเกี่ยวข้องหรืออยู่ในความดูแลรับผิดชอบของหน่วยงานอื่นสัตวแพทย์จะติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยงานนั้น ๆ เพื่อมาร่วมตรวจสอบสิ่งของสัมภาระรวมทั้งการแจ้งข้อกล่าวหาด้วย



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

สำนักส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์

 

 

 


 

กรุณา Login เพื่อแสดงความคิดเห็น
ส่ง Scoop ให้เพื่อน
แจ้งลบไม่เหมาะสม
ความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Loading...