"เดชา"สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการมอเตอร์สปอร์ตไทย บิดคว้าแชมป์ "เอ็มเอฟเจ"

 

 


  ศึกมอเตอร์ไซค์ทางเรียบ รายการใหญ่ของทวีปเอเชีย “เอ็มเอฟเจ ซูเปอร์ไบค์ ออล เจแปน โรด เรซ แชมเปี้ยนชิพ 2012” สนามที่ 7 สนามสุดท้ายของฤดูกาลนี้ ที่สนามซูซูกะ เซอร์กิต ในเมืองมิเอะ ประเทศญี่ปุ่น ความยาวสนาม 5.8 กม. เมื่อ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา  บิดกันในรอบชิงชนะเลิศ  ซิ่งกัน 12 รอบ  โดยในรุ่น ST600  มี 2 นักบิดชาวไทย “ตั้น สลาตัน” เดชา ไกรศาสตร์ และ “เบียร์”  เฉลิมพล ผลไม้  จากทีม “ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม” ลงชิงชัย   ซึ่งใน 6 สนามที่ผ่านมา  เดชา ขึ้นโพเดี้ยมมาทุกสนาม จากการคว้าแชมป์มา 3 สนาม,รองแชมป์ 2 สนาม และที่ 3 อีก 1 สนาม มีคะแนนนำเป็นจ่าฝูง ที่ 139 แต้ม ทิ้งที่ 2 ชินนิชิ นากาโตมิ นักบิดเจ้าถิ่น  อยู่ 25  แต้ม ขออีกแค่  3 แต้ม ถ้าได้อันดับไม่ต่ำกว่าที่ 17  ก็จะสร้างประวัติศาสตร์ เป็นนักแข่งไทยและนักแข่งเอเชียคนแรก ที่คว้าแชมป์รายการนี้ได้สำเร็จ ในประวัติศาสตร์ 46  ปีของรายการนี้ ทันที ส่วน เฉลิมพล มีคะแนนรั้งอันดับ 4 ขณะที่ นากาโตมิ ต้องคว้าแชมป์สนามนี้ได้อย่างเดียวจึงจะทำแต้มแซง เดชา ขึ้นไปคว้าแชมป์ได้

  ปรากฏว่า ในรอบชิงฯ  มีรถผ่านเข้าแข่ง 32 คัน ท่ามกลางอากาศเย็น และฝนตก ทำให้สนามเปียกและลื่น เดชา ที่ทำเวลาในรอบควอลิฟายมาเป็นอันดับ 4 ออกสตาร์ท ในอันดับที่ 4 แถวที่ 2 ขณะที่ เฉลิมพล ออกจากกริดสตาร์ทอันดับที่ 6 ผ่านไป 3 รอบ เดชา ยังเกาะกลุ่ม ใน 5 อันดับแรก แต่รอบที่ 4 เดชา พลาดล้มในช่วงทางโค้ง รถเสียหายยับต้องออกจากการแข่งขัน แต่ยังโชคดีที่ นากาโตมิ ที่พลาดล้มในรอบที่ 2 แม้จะประคองรถขึ้นมาแข่งต่อได้ แต่ไม่สามารถคว้าแชมป์ได้ จบ 12 รอบ  เข้ามาเป็นอันดับที่ 19 ไม่มีแต้มในสนามนี้เช่นกัน ทำให้ครบ 7 สนาม เดชา ยังมีคะแนนรวมสูงสุดที่ 139 แต้ม สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์รายการนี้สำเร็จ ส่วนที่ 2  อิซัตสึ ฮิโตยาสึ ที่เข้าที่ 3 สนามนี้ เก็บเพิ่มอีก 23 แต้ม มีคะแนนรวมขึ้นมาเป็นที่ 2 ที่  119 แต้ม,ที่ 3 นากาโตมิ ที่เก็บเพิ่มไม่ได้ มี 114 แต้มเท่าเดิม และที่ 4 เฉลิมพล ที่เข้าที่ 9 ในสนามนี้ เก็บเพิ่มอีก 13 แต้ม มีคะแนนรวม 85 แต้ม

  หลังสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ เดชา กล่าวว่า ก่อนลงสนามรู้สึกกดดันไม่น้อย เนื่องจากมีฝนตกลงมา ช่วงที่เกิดอุบัติเหตุ เสียใจมาก แต่เมื่อรู้ว่า นากาโตมิ  ก็ล้มเช่นกันจนอันดับตกไปอยู่ท้ายๆทำให้ใจชื้น รู้สึกดีใจมากที่สามารถคว้าแชมป์ได้สำเร็จ  ถือว่ามีเรื่องของโชคเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ความสำเร็จครั้งนี้เป็นความสำเร็จของทีมด้วยไม่ใช่ของตนเองเท่านั้น ด้าน ประพันธ์ พลธนะวสิทธิ์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจที่นักแข่งไทยสามารถสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ได้สำเร็จ  ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ได้เป็นความภูมิใจของนักแข่งและทีมบริษัทไทยยามาฮ่า มอเตอร์ เท่านั้น แต่เป็นความภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศด้วย เพราะถือว่ารายการนี้เป็นรายการที่ใหญ่และไม่ใช่ว่าจะได้แชมป์กันง่ายๆ อนาคต จะมีการส่งไปแข่งรายการใหญ่ขึ้นระดับโลกแน่ จะมีการประชุมหารือกับทีมแข่งอีกครั้ง ด้าน กรธัช แก่นจันทร์ดา ผู้อำนวยการทีม เปิดเผยว่า ใช้งบประมาณในการลงแข่งขันในฤดูกาลนี้ไปทั้งหมดประมาณ 30-40ล้านบาท ผลงานที่ออกมาถือว่าประสบความสำเร็จคุ้มค่า เพราะเป็นการทำชื่อเสียงให้ประเทศชาติ

กรุณา Login เพื่อแสดงความคิดเห็น
ส่ง Scoop ให้เพื่อน
แจ้งลบไม่เหมาะสม
ความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Loading...