บช.น.แถลงเหตุยิง ′หลักสี่′ ใช้อาวุธสงคราม ซ่อนปืนในถุงปุ๋ยหวังไม่ให้ปลอกกระสุนตกเป็นหลักฐาน

บช.น.แถลงเหตุยิง ′หลักสี่′ มีการใช้อาวุธสงคราม ซ่อนปืนในถุงปุ๋ยหวังไม่ให้ปลอกกระสุนตกเป็นหลักฐาน ชี้เป็นมืออาชีพ เร่งตามเก็บภาพคนร้ายใช้อาวุธพร้อมตามจับตัวให้ได้
 

 


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น.และโฆษก บช.น. พร้อม พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผบช.สพฐ.ตร.)พล.ต.ต.สุรนิตย์ พรหมบุตร ผบก.น.2 พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ พ.ต.อ.กิตภัท เพ็งรุ่ง รอง ผบก.น.2 พ.ต.ท.บดินทร์ ผาสุก รอง ผกก.จร.สน.ทุ่งสองห้อง พ.ต.ท.สำอาง ขาวสอาด สว.สส.สน.ทุ่งสองห้อง พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (อีโอดี) ร่วมกันแถลงเหตุการณ์ยิงของกลุ่ม กปปส.ใส่ผู้ชุมนุมที่สนับสนุนการเลือกตั้ง ที่บริเวณแยกหลักสี่ ถนนแจ้งวัฒนะ ทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายราย เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยนำปลอกกระสุนและหัวกระสุนที่ตรวจสอบและเก็บได้ในที่เกิดเหตุมาแถลง พร้อมเปิดภาพคลิปวีดีโอเหตุการณ์ปะทะที่เกิดขึ้นให้ดูด้วย

พล.ต.ต.อดุลย์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2557 เวลาประมาณ 16.30 น. ได้เกิดเหตุการณ์กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. ปะทะกับมวลชนกลุ่มสนับสนุนการเลือกตั้ง บริเวณแยกหลักสี่ ถนนแจ้งวัฒนะ ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2557  กลุ่ม กปปส. บริเวณศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ นำโดยพระพุทธอิสระกับพวกประมาณ 200 คน ได้เดินขบวนไปปิดล้อมหน้าที่ทำการสำนักงานเขตหลักสี่ และขับไล่ให้ข้าราชการที่ทำงานอยู่ในสำนักงานเขตหลักสี่ให้ออกไปจากสำนักงานเขตฯ เพื่อที่จะทำการขัดขวางการเลือกตั้ง โดยไม่ต้องการให้มีการขนหีบบัตรลงคะแนนเสียงเลือกตั้งออกไปยังหน่วยเลือกตั้งต่างๆ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานเขตหลักสี่ ซึ่งในวันดังกล่าวกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้ดำเนินการจัดชุดเจรจาต่อรอง นำโดย พล.ต.ต.สุรนิตย์  พรหมบุตร ผบก.น.2 พร้อมกับ พ.ต.อ.พงษ์  สังข์มุรินทร์ ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง พร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร เข้าเจรจากับพระพุทธอิสระ 2 รอบ เพื่อให้เปิดทางให้เจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานเขตหลักสี่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่และทำการเคลื่อนย้ายหีบบัตรเลือกตั้งไปยังหน่วยเลือกตั้งผลการเจรจาปรากฎว่า พระพุทธอิสระไม่ยินยอม

พล.ต.ต.อดุลย์กล่าวต่อว่า ต่อมาในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2557 เวลาประมาณ 11.00 น. ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง รับแจ้งว่า ได้มีกลุ่มผู้สนับสนุนการเลือกตั้ง นำโดยประธานชุมชนเคหะทุ่งสองห้อง ได้นำมวลชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและคนแก่ประมาณ  300 คน มารวมตัวกันที่วัดหลักสี่เพื่อที่จะเดินขบวนไปยังสำนักงานเขตหลักสี่ เพื่อแสดงเจตนารมณ์สนับสนุนการเลือกตั้ง จากการข่าวดังกล่าว บช.น.จึงได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ทหาร คณะกรรมการเลือกตั้งประจำเขต และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน เพื่อที่จะวางแผนไม่ให้มวลชนทั้ง 2 กลุ่มเกิดการเผชิญหน้าและปะทะกัน ที่ประชุมจึงได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.กิตติภัท เพ็งรุ่ง รอง ผบก.น.2 จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเคลื่อนที่เร็ว เข้าไปกันมวลชนกลุ่มผู้สนับสนุนการเลือกตั้งที่รวมตัวกันอยู่ที่วัดหลักสี่ไม่ให้เดินทางไปยังสำนักงานเขตหลักสี่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดดังกล่าวได้นำกำลังไปปิดกั้นไว้ที่สะพานข้ามคลองเปรมประชากร ทำให้มวลชนกลุ่มผู้สนับสนุนการเลือกตั้งไม่สามารถข้ามคลองเปรมประชากร มุ่งหน้าไปยังสำนักงานเขตหลักสี่ได้

“ต่อมาเวลาประมาณ 16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับทราบจากการข่าวว่าจะมีมวลชนกลุ่ม กปปส. บริเวณห้าแยกลาดพร้าวนำโดยนายสุชาติ ศรีสังข์ จะนำมวลชนมาสนับสนุนกลุ่มพระพุทธอิสระ ที่รวมตัวกันอยู่ที่สำนักงานเขตหลักสี่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเกรงว่าหากมวลชนกลุ่ม นายสุชาติ เดินทางมาถึงบริเวณดังกล่าวจะเกิดเหตุปะทะกันขึ้น พ.ต.อ.กิตติภัทฯ หัวหน้าชุดเคลื่อนที่เร็วจึงได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจผลักดันกลุ่มผู้สนับสนุนการเลือกตั้งที่รวมตัวกันอยู่ที่หน้าบริเวณห้างไอทีสแควร์ให้ออกไปจากพื้นที่ดังกล่าว และได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดวางกำลังที่บริเวณแยกหลักสี่เพื่อเป็นแนวกั้นระหว่างมวลชนทั้งสองฝ่าย” 

พล.ต.ต.อดุลย์กล่าวและว่า  กระทั่งเวลาประมาณ 16.30 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการผลักดันกลุ่มมวลชนที่สนับสนุนการเลือกตั้งที่หน้าบริเวณศูนย์การค้าหลักสี่พลาซ่าอยู่นั้น ซึ่งขณะนั้นมีมวลชนเหลืออยู่ในพื้นที่ประมาณ 70 คน และอยู่ห่างจากบริเวณสี่แยกหลักสี่ประมาณ 50 เมตร และกลุ่ม กปสส. ห้าแยกลาดพร้าวนำโดยนายสุชาติ ศรัสังข์ พร้อมมวลชนประมาณ 200 คน รถหกล้อติดเครื่องขยาย 1 คัน และรถกระบะ 3 คันได้เดินทางมาถึงบริเวณแยกหลักสี่ ได้มีเสียงดังคล้ายเสียงประทัดยักษ์ขึ้น 2ครั้ง

พล.ต.ต.อดุลย์กล่าวต่อว่า จากนั้นกลุ่ม กปปส.ที่นำโดยนายสุชาติ ศรีสังข์ ได้นำรถหกล้อติดเครื่องขยายเสียงมาจอดใกล้กับป้อมตำรวจจราจรบริเวณสี่แยกหลักสี่ และได้เปิดเทปธรรมะ พร้อมปราศรัยโจมตีเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งวางแนวกั้นอยู่ที่บริเวณแยกหลักสี่ โดยร้องตะโกนว่าเอามันๆ และได้เกิดเสียงประทัดดัง 2 ครั้ง จากนั้นได้เกิดเสียงปืนดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวจึงได้หลบเข้าไปในป้อมตำรวจจราจรบริเวณแยกหลักสี่ และบางส่วนได้หมอบลงบริเวณถนน ทาง พ.ต.อ.กิตติภัท หัวหน้าชุดเคลื่อนที่เร็วจึงได้ประสานการปฏิบัติไปยังฝ่ายทหารเพื่อให้จัดกำลังผลักดันกลุ่ม กปปส. ที่อยู่บริเวณสี่แยกหลักสี่ให้ออกไปจากบริเวณสี่แยกหลักสี่ จนกระทั่งเวลาประมาณ 17.30 น. จึงได้รับรายงานจากฝ่ายทหารว่าได้ผลักดันมวลชนกลุ่มดังกล่าวให้กลับไปยังเวทีห้าแยกลาดพร้าวเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเมื่อกลุ่มมวลชนดังกล่าวได้เดินทางออกไปจากบริเวณดังกล่าว สถานการณ์จึงได้คลี่คลายลง

“หลังเกิดเหตุปรากฏว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 6 ราย นำส่งโรงพยาบาลวิภาวดี ดังนี้  1.นายนครินทร์ อุสาหะ อายุ 34 ปี อยู่ที่ 75/26 ม.3 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี  2.นายจิรวัฒน์ สุขานนท์ อายุ 30 ปี อยู่ที่ 61/41 ซ.เพิ่มสิน 24/1 ต.คลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพฯ  3.นายพยนต์  คงกลาง อายุ 70 ปี อยู่ที่ 90 ซ.โกสุมร่วมใจ 14 แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ 4.นายอะแกว  แซ่ลิ่ว อายุ 71 ปี อยู่ที่ 303/58  ถ.กำแพงเพชร 6 ซอย7 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ อาการสาหัส  5.น.ส.เรวดี  มีพิลา อายุ 24 ปี อยู่ที่ 69 หมู่ 3 ต.สองคอย อ.แก่งคอย จ.สระบุรี  6.น.ส.สมบุญ  สักทอง อายุ 51 ปี อยู่ที่ 105/22  ถนนกำแพงเพชร 6 ซ.5 แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ  โดย สน.ทุ่งสองห้อง ได้รับคำร้องทุกข์ไว้ตามคดีอาญาที่ 83/57ลงวันที่ 1กุมภาพันธ์ 2557 ไว้เรียบร้อยแล้ว จะได้สอบสวนติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีต่อไป โดยฝ่ายสืบสวนและผู้สื่อข่าวมีคลิปวีดีโอขณะเกิดเหตุอยู่ด้วย” โฆษก บช.น.กล่าว

พล.ต.ต.อดุลย์กล่าวต่อว่า สำหรับกลุ่ม กปปส.ที่เข้ามาในพื้นที่ มีอาวุธปืนและใช้ถุงปุ๋ยคลุม เพื่อป้องกันไม่ให้ปลอกกระสุนหล่นเป็นหลักฐานในที่เกิดเหตุ โดยในคลิปมีขบวนที่มาจากแยกลาดพร้าว มีทั้งกลุ่มคนที่เดิน กลุ่มคนที่เป็นการ์ด และมีเสียงปืนดังขึ้น นอกจากนี้มีคลิปที่รุมตีรถยนต์จนเสียหายอีกด้วย ขณะนี้ให้ฝ่ายสืบสวนตรวจสอบว่าเป็นรถของใคร เพื่อสอบปากคำให้ชัดเจน เบื้องต้นเห็นว่าอาจเป็นทหารและขับไปจะมีการชนคน จากนั้นมีเสียงคล้ายระเบิดดังขึ้น จึงมีการทุบตีเกิดขึ้น โดยยังดีที่ตำรวจผลักดันได้ส่วนหนึ่ง ทำให้ไม่มีคนบาดเจ็บมากกว่านี้ โดยทางอีโอดีและกองพิสูจน์หลักฐานได้ไปตรวจสอบในเวลา 21.00 น. หลังผ่านไปแล้ว โดยเสียงที่ดังพบว่าเป็นประทัดโดยใช้ท่อพีวีซี ซึ่งเมื่อคืนนี้ พล.ต.ท.คำรบ  ผบช.สพฐ.ตร. ก็ไปตรวจสอบ หลังจากแถลงเสร็จจะไปตรวจพิสูจน์อีกครั้ง เพราะเมื่อคืนนี้ค่อนข้างมืด

ด้าน พ.ต.ท.กิตภัท  ผบ.เหตุการณ์ ในจุดเกิดเหตุเปิดเผยว่า ตนได้รับมอบหมายให้ป้องกันเหตุไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมทั้ง 2 ฝ่ายปะทะกัน โดยกลุ่มผู้สนับสนุนการเลือกตั้ง ออกมาก็ได้บอกให้ผู้สนับสนุนกลับไป จากนั้นเมื่อทยอยกันกลับ ได้มีกลุ่ม กปปส.จากลาดพร้าว มาที่แยกหลักสี่ จากนั้นได้มีเสียงคล้ายประทัด 2 ครั้ง จากนั้นมีเสียงปืนดังขึ้น จึงให้กลุ่มที่สนับสนุนการเลือกตั้งหลบไปอยู่ด้านในไอทีสแควร์ โดยได้ประชาสัมพันธ์ เพื่อให้แยกกลุ่มนั้นออกไป จากนั้นเมื่อกลุ่ม กปปส.ลาดพร้าว เคลื่อนไปที่เขตหลักสี่ เสียงปืนก็เงียบไป ได้ให้ทุกคนแยกย้ายกลับบ้าน

ขณะที่ พ.ต.ท.บดินทร์ ซึ่งอยู่บริเวณจุดป้อมจราจรตรงแยกหลักสี่ เปิดเผยว่า กลุ่มผู้ชุมนุมที่จะใช้สิทธิเลือกตั้งได้ใช้ถนนแจ้งวัฒนะขาเข้า ได้เคลื่อนไปที่เขตหลักสี่ ตนได้นำจราจรไปปิดการจราจรรถที่มาจากปากเกร็ดมุ่งหน้าหลักสี่ เพื่อปัดรถออกไปใช้แจ้งวัฒนะขาออก เพื่อป้องกันเหตุจะเกิดขึ้น หลังจากนั้นเวลา 16.30 น. ตนได้ถอนจุดและเดินทางไปที่ป้อมจราจรเขตหลักสี่ ขณะนั้นมีรถ 6 ล้อ ขยายเสียงจอดอยู่ 1 คัน ข้างป้อมจราจร ถนนแจ้งวัฒนะขาออก จากนั้นใช้เครื่องขยายเสียงเปิดแผ่นเสียงธรรมมะ จากนั้น 5 นาที มีกลุ่มผู้ชุมนุมจากลาดพร้าวมาทางแยกหลักสี่ และได้ยินเสียงประทัดดัง 2 นัด จากนั้นได้มีการใช้อาวุธปืนยิงไปยังห้างไอทีสแควร์ การแต่งกายมีการแต่งกายลายพรางคล้ายทหาร สวมเสื้อ สวมหมวกกันแดด แบบปิดด้านข้างและด้านหลัง 3 คน ใช้อาวุธปืนยิงใส่ประชาชนที่อยู่ในฝั่งห้างไอทีสแควร์

“ขณะนั้นนักข่าวประมาณ 11 คน ตำรวจ 4 นาย ติดอยู่ในป้อมตำรวจจราจร ส่วนตนอยู่ด้านนอกร่วมกับนักข่าวมติชน 1 นาย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารที่มาปฏิบัติหน้าที่ในการอำนวยการช่วยเหลือจราจร จุดบริการแยกหลักสี่ หลังจากนั้น 1 ชั่วโมงเสียงปืนจึงสงบลง” พ.ต.ท.บดินทร์กล่าว

ด้าน พ.ต.ท.สำอาง กล่าวว่า  เมื่อวานนี้ (1 กุมภาพันธ์) ตนไม่ได้แต่งเครื่องแบบ แต่ปะปนกับมวลชน โดยได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาว่าให้ไปช่วยเจรจาให้ผู้สนับสนุนการเลือกตั้งถอยไป โดยเหลือเพียงประมาณ 70 คน หน้าไอทีสแควร์ จากนั้นมีรถ กปปส.จากลาดพร้าว มาสนับสนุนที่เวทีแจ้งวัฒนะ แต่มาจอดที่ป้อมตำรวจ โดยมีมวลชนบางส่วนลงมา บางส่วนหมอบกับพื้น ขณะนั้นมีประทัดยักษ์ดัง 2 ครั้งกลางสี่แยก จากนั้นมีเสียงปืนดังขึ้น และมีการบอกว่าหากเจอตำรวจจะโจมตี จึงออกไปจากจุดนั้นโดยให้ลูกน้องมารับ และขับหนีออกไป ช่วงนั้นเหตุการณ์ชุลมุนมาก

พล.ต.ท.คำรบกล่าวว่า  หลังจากเกิดเหตุ สพฐ. ได้ส่งผู้เชี่ยวชาญไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เจอทั้งปลอกกระสุนและหัวกระสุน โดยปลอกกระสุนพบในแนวของ กลุ่ม กปปส. หัวถนนแจ้งวัฒนะตรงทิศใต้ ส่วนหัวกระสุนพบแถบตึกไอทีสแควร์ซึ่งมีกลุ่มผู้คัดค้านการชุมนุมอยู่ โดยพบปลอกกระสุน 25 รายการ มีทั้งขนาด 11 มม. ขนาดคาร์บิ้น 9 มม. หมอนรองกระสุนลูกซอง หัวกระสุน .223 .45 .38 ซึ่งทั้งหมดนี้ ขณะนี้ในชั้นต้นพบว่ามีการใช้อาวุธปืนประมาณ 5 ชนิด คือ ขนาด11 มม. ขนาด.38 ปืนคาร์บิ้น  ขนาด.223 และขนาด 9 มม. โดย .223 เป็นกระสุนที่ใช้กระสุนเอ็ม 16 ได้ โดยเมื่อคืนนี้ค่อนข้างมืด ซึ่งวันนี้จะไปตรวจหาวัตถุพยานที่หลงเหลือในที่เกิดเหตุอยู่

พล.ต.ต.อดุลย์กล่าวด้วยว่า ปืนที่ใส่ถุงปุ๋ยนั้น สอดคล้องกับปืนขนาด .223 หรือแบบ เอ็ม 16 หรือทราโว้ ซึ่งในส่วนนี้ผู้ตรวจพิสูจน์จะตรวจสอบว่าเป็นปืนลักษณะไหน อย่างไร โดยที่ใส่ถุงปุ๋ยไม่ให้ปลอกกระสุนตกมาให้เราเก็บได้ ซึ่งปืนเอ็ม 16 สามารถมาพับฐานเก็บได้ ส่วนปืนยาวที่เป็นคนถือในภาพเป็นปืนคาร์บิ้น  โดยลักษณะท่าทางเป็นมืออาชีพ นอกจากนี้จะมีคนชี้เป้าเป็นคู่บัดดี้กัน เป็นไปตามยุทธวิธี ส่วนภาพถ่ายบุคคลที่ใช้อาวุธปืนและเห็นใบหน้านั้น จะนำเป็นพยาน หลักฐานเพื่อทำการตรวจสอบวิเคราะห์ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะติดตามจับกุมต่อไป โดยขณะนี้มีคนเจ็บสาหัส 1 ราย อีก 5 ราย ก็กลับบ้านได้เรียบร้อย โดยในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ จะทำเรื่องต่อศาลเพื่อขอออกหมายจับภาพบุคคลที่เห็นหน้าชัดเจนต่อไป ขณะนี้การดำเนินการทางกฎหมายจะเร่งทำอย่างรวดเร็วต่อไป

ถามว่าขณะนี้ยืนยันได้หรือไม่ว่ากลุ่มใดก่อเหตุ พล.ต.ต.อดุลย์กล่าวว่า ชัดเจนว่าเป็นกลุ่ม กปปส.  ซึ่งจากภาพการแต่งกาย การเคลื่อนขบวน ค่อนข้างชัดเจน โดยผู้ก่อเหตุตามพรางใส่ชุดลายพรางถืออาวุธ เห็นหน้าตาชัดเจน หากตำรวจตรวจสอบแล้วก็จะออกหมายจับต่อไป ส่วนจะออกหมายจับกี่รายทางพนักงานสอบสวนกับกองพิสูจน์หลักฐานจะประสานกันเพื่อความชัดเจน 

ถามว่ายืนยันว่าเกิดจากกลุ่ม กปปส.ไม่ใช่คู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย พล.ต.ต.อดุลย์กล่าวว่า  ในส่วนนี้ชัดเจน ปลอกกระสุนอยู่กับทาง กปปส. หัวกระสุนอยู่ที่ไอทีสแควร์  โดยตรวจสอบมาจากทาง กปปส. ลาดพร้าว  ทางพุทธอิสระอยู่ข้างในเขตหลักสี่  และไม่มีหัวกระสุนฝั่งด้านนี้เลย ซึ่งครั้งนี้ผู้ถูกยิงก็เป็นคนแก่ เป็นผู้หญิงทั้งนั้น  ฝั่งม็อบไม่มีอาวุธเลย ส่วนที่พบว่า กปปส.ลาดพร้าว เป็นผู้ก่อเหตุนั้น ทาง ศรส.จะประเมินอีกครั้งในการเข้าไปตรวจสอบหรือไม่ ทางตำรวจได้รายงานไปตลอด ที่ก่อเหตุนั้นเพื่อต้องการสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรง

ถามว่าอาวุธปืนที่ใช้มีใช้ในราชการทหารหรือไม่ พล.ต.ท.คำรบกล่าวว่า จะไปยืนยันว่าใช้ในราชการทหารหรือไม่ คงไม่สามารถยืนยันได้ แต่อาวุธหลายๆประเภทมีใช้ในราชการทหาร แต่จะมาอย่างไร ถูกต้อง ไม่ถูกต้อง ลักลอบนำมาไม่ผ่านกระบวนการของราชการก็เป็นได้ ซึ่งครั้งนี้มีอาวุธปืน 5 ชนิด ส่วนจะมาอย่างไรต้องพิสูจน์ทราบอีกครั้ง

ถามว่าหัวกระสุนที่ได้มาจะสามารถตรวจพิสูจน์ได้หรือไม่ว่ามาจากที่ใด พล.ต.ท.คำรบกล่าวว่า หากเราได้อาวุธปืนกระบอกที่ต้องสงสัยมาก็สามารถพิสูจน์ได้ว่า หัวกระสุนที่ได้ยิงจากปืนกระบอกนั้นๆ

 

กรุณา Login เพื่อแสดงความคิดเห็น
ส่ง Scoop ให้เพื่อน
แจ้งลบไม่เหมาะสม
ความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Loading...