รถ ทัวร์สายน่าน-กรุงเทพฯ วิ่งผ่าน อยุธยากลางดึก จู่ๆ โดนปืนยิงใส่ กระสุนทะลุกระจกข้างมาโดนผู้โดยสารสาว เข้าที่แขนเลือดอาบ ขณะนอนหลับอยู่ โชเฟอร์จอดรถรีบแจ้งตร. นำตัวส่งร.พ. ยืนยันขับมาด้วยความเร็วปกติ ไม่ได้มีเรื่องกับรถคันอื่น ผบก.กรุงเก่าสั่งฝ่ายสืบสวนปูพรมล่ามือยิง พร้อมทั้งจำลองเหตุการณ์หาวิถีกระสุน คาดอาจเป็นฝีมือแก๊งวัยรุ่นปาหิน แต่เปลี่ยนวิธีมายิงด้วยปืนแทน
เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 31 ต.ค. พ.ต.ท.ชัยรัตน์ ถนอมสุข พนักงานสอบสวน สภ.นครหลวง จ.พระนครศรี อยุธยา รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่รถโดยสารประจำทางปรับอากาศ มีผู้ได้รับบาดเจ็บที่ถนนสายเอเชีย ขาเข้ากรุงเทพฯ เชิงสะพานบ่อโพง หลักก.ม.ที่ 27-28 หมู่ 2 ต.บ่อโพง อ.นครหลวง จึงนำกำลังรุดไปยังที่เกิดเหตุพบรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ ชั้น 1 บริษัท ขนส่ง จำกัด สีฟ้าขาว ทะเบียน 14-0097 กทม. สายกรุงเทพฯ-น่าน จอดอยู่ที่เชิงสะพานข้ามแม่น้ำป่าสัก
จากการตรวจสอบที่กระจกฝั่ง ขวาช่วงเก้าอี้โดยสารแถวที่ 7 มีรูกระสุนปืน และพบนางแอน จันทร์คำเมือง อายุ 37 ปี ผู้โดยสารถูกยิงด้วยกระสุนปืนไม่ทราบขนาด เข้าที่แขนขวากระสุนฝังในเลือดโชก จึงนำส่งร.พ.สมเด็จพระสังฆราช อ.นครหลวง ก่อนส่งต่อไปยังร.พ.พระนครศรีอยุธยา
สอบสวนนายสว่าง วงษ์วาท อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 124 หมู่ 1 ต.แระ อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน พนักงานขับรถทัวร์ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุรับผู้โดยสารเต็มคัน จำนวน 27 คน ออกมาจากจ.น่าน เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ตลอดระยะทางขับรถความเร็วตามปกติ ไม่มีปัญหากับรถคันอื่นๆ และผู้โดยสารส่วนใหญ่จะนอนหลับ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุมีรถบรรทุก 10 ล้อ วิ่งแซง ก็ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติ หรือผิดสังเกต จนกระทั่งได้ยินเสียงผู้โดยสารร้องโวยวาย ว่ามีผู้โดยสารถูกยิงบาดเจ็บ จึงจอดรถและตรวจสอบ ก่อนจะแจ้งตำรวจ
ด้าน นางแอน ให้การว่า นั่งเก้าอี้แถวที่ 7 ติดกับกระจกรถ ระหว่างทางนั่งหลับมาโดยตลอด โดยวางมือไว้บนขอบตัวถังติดกับกระจก ได้ยินเสียงกระจกแตกตกใจตื่น เห็นเลือดไหลออกมาจากแขนขวา และมีอาการเจ็บปวดอย่างแรง จึงร้องขอความช่วยเหลือว่าถูกยิง ก่อนหน้านี้เดินทางกลับไปเยี่ยมลูกที่จ.น่าน เกรงว่าถ้าเดินทางใกล้วันลอยกระทงรถจะแน่น ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุร้ายกับตัวเอง และเคยได้ยินว่ามีรถถูกปาหินบ่อยครั้ง
ส่วน พล.ต.ต.ชินทัต มีศุข ผบก.พระนคร ศรีอยุธยา เปิดเผยว่า สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ปูพรมตลอด 2 ข้างทาง เพื่อหาเบาะแสคนร้าย โดยให้จำลองเหตุการณ์เพื่อหาวิถีกระสุนว่ามาจากทิศทางใด จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ขอให้ประชาชนที่จะเดินทางผ่าน หรือมาจ.พระนครศรีอยุธยา ไม่ต้องวิตกกังวลเรื่องความปลอดภัย เพราะเรามีชุดพิทักษ์อยุธยา ป้องกันกลุ่มวัยรุ่นคึกคะนองปาหินได้ผลมาแล้ว จะคอยออกตรวจบนถนนอยู่ตลอดเป็นประจำ ส่วนในครั้งนี้พฤติกรรมของคนร้ายเปลี่ยนไป จากใช้ก้อนหินมาเป็นอาวุธปืนยิงใส่รถแทน ขณะนี้พอจะทราบเบาะแสของคนร้ายแล้ว
ต่อ มาพนักงานสอบสวน สภ.นครหลวง เดินทางไปยังร.พ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อสอบปากคำนางแอน พบว่าแพทย์ยังไม่ได้ผ่าตัดเอาหัวกระสุนปืนที่ฝังอยู่ข้อศอกขวาออก เนื่องจากญาติแจ้งความประสงค์ว่าจะขอย้ายไปรักษาที่ร.พ.ระยอง เพราะครอบ ครัวอยู่ที่นั่น ทางแพทย์จึงรักษาในเบื้องต้นบรรเทาอาการปวดบาดแผล
ด้าน พล.ต.ต.วันชัย ถนัดกิจ รักษาราชการแทน ผบช.ภาค 1 กล่าวว่า ถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์ เพราะเกิดบนถนนหลวงที่เป็นเส้นทางหลัก มีผู้คนใช้เส้นทางจำนวนมาก ก่อนหน้านี้ได้สั่งการให้ตำรวจท้องที่ทุกจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบ ตั้งจุดตรวจสกัดตามยุทธวิธี เพื่อป้องปรามคนร้าย ส่วนคดีล่าสุดนั้น จะติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ที่สำคัญหากจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุไม่ได้ จะทำให้ประชาชนที่สัญจรผ่านเส้นทางนี้ ขาดความเชื่อมั่น หากปล่อยไว้ยิ่งทำให้ประชาชนไม่เชื่อมั่นในการเดินทางบนถนนหลวง โดยเฉพาะช่วงผ่านจ.พระนครศรีอยุธยา